เปโตร โคติน ผู้อำนวยการเอเนอร์โฮอะตอม (Enerhoatom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียได้ร่างแผนตัดการเชื่อมต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียจากโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครน ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ระบบทำความเย็นในโรงไฟฟ้าหยุดทำงาน และทำให้เครื่องปฏิกรณ์อุณหภูมิและความดันสูงจนอาจเสี่ยงต่อการระเบิด
ก่อนหน้านี้ ผู้นำโลกได้ออกมาเตือนรัสเซียว่า อย่าตัดโรงไฟฟ้าซาโปริซเซียออกจากโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครนเพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายพลังงานของรัสเซีย
จะเกิดอะไรขึ้น? หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียของยูเครนระเบิด
โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยยังคงมีพนักงานและเจ้าหน้าที่ของยูเครนปฏิบัติงานอยู่ เพื่อให้โรงไฟฟ้าดำเนินงานต่อไปได้
โคตินกล่าวว่า ได้รับรายงานจากภายในโรงไฟฟ้าว่า วิศวกรของรัสเซียได้ร่างพิมพ์เขียวแผนการตัดโรงไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้ายูเครน
“พวกเขานำแผนมาเสนอแก่พนักงานงานที่โรงไฟฟ้า และพนักงานก็นำมาให้เรา แต่เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับแผนนี้คือ สายไฟที่เชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าซาโปริซเซียจะต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก” เขาบอก และชี้แจงว่านี่เป็นเหตุผลที่รัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้าซาโปริซเซียเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ “พวกเขายิงโจมตีมา เพื่อเอาสายไฟเหล่านี้ออก”
โคตินบอกว่า การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าซาโปริซเซียอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ โดยสายไฟหลัก 3 ใน 4 เส้นที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครนพังเสียหายระหว่างช่วงสงคราม และสายไฟสำรองอีก 2 ใน 3 สายที่เชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนอื่นก็หยุดทำงานเช่นกัน
เขาเสริมว่า แผนการของรัสเซียที่จะตัดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าทั้งหมดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการระเบิดของเครื่องปฏิกรณ์ เพราะโรงงานจะเหลือแหล่งไฟฟ้าเพียงแหล่งเดียวในการทำให้ระบบหล่อเย็นในโรงไฟฟ้าทำงาน
ระหว่างการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียจะต้องพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลสำรองเท่านั้น ซึ่งหากโรงไฟฟ้าขาดพลังงานไฟฟ้าไปแค่ 90 นาที อุณหภูมิของเครื่องปฏิกรณ์จะอยู่ในระดับอันตราย
โดยทั่วไป หากเครื่องปฏิกรณ์สูญเสียความเย็น เชื้อเพลิงก็จะเริ่มหลอมเหลว จะทำให้แรงดันสูงและเกิดการระเบิดขึ้นได้
“ในระหว่างการตัดการเชื่อมต่อนี้ โรงไฟฟ้าจะไม่มีการเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟใด ๆ และนั่นคือสาเหตุของอันตราย ถ้าคุณไม่ให้ความเย็นมากพอ แค่ 1.5 ชั่วโมง เชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์ก็จะเริ่มหลอมละลายแล้ว”
ก่อนหน้านี้ ทางการรัสเซียได้อนุญาตให้สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) หน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ขององค์การสหประชาชาติ สามารถลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชมและตรวจสอบโรงไฟฟ้าได้แล้ว
โคตินบอกว่า “ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราจะไม่อนุญาตให้ชาวรัสเซียนำโลกไปสู่หายนะนิวเคลียร์ และเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้โรงไฟฟ้ากลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมเต็มรูปแบบของเรา และดำเนินการได้อย่างปลอดภัยอย่างที่เคยเป็นมา”
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP