เมื่อวานนี้ 6 ก.ย.สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์กไทม์รายงานเรื่องนี้ โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ
แหล่งข่าวดังกล่าวให้ข้อมูลว่า ขณะนี้กองทัพรัสเซียกำลังเจรจากับเกาหลีเหนือเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ หลังขาดแคลนอาวุธจากมาตรการคว่ำบาตรของบรรดาชาติตะวันตก
ในรายงานนี้ไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของอาวุธ ปริมาณ ระยะเวลาการส่งมอบ รวมถึงวิธีการขนส่งที่ชัดเจน แต่คาดว่าในบรรดาอาวุธที่รัสเซียสั่งซื้อจำนวนมากเป็นจรวดและกระสุนปืนใหญ่
ข่าวการซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือออกมาหลังมีรายงานว่า โดรนที่รัสเซียสั่งซื้อจากอิหร่านมีปัญหา แม้ว่าจะเพิ่งทดสอบไปเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้ไม่สามารถใช้ในการรบในยูเครนได้
เมื่อคืนที่ผ่านมา พลจัตวา แพท ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ออกมายืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
โดยเพนตากอนระบุว่า การหันไปพึ่งอาวุธจากเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังมีปัญหาการผลิตอาวุธอย่างหนัก เพราะไม่สามารถผลิตแม้แต่อาวุธขั้นพื้นฐานได้
อย่างไรก็ตาม ทางโฆษกเพนตากอนไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าอาวุธที่รัสเซียจะซื้อมีอะไรบ้างและเป็นจำนวนมากขนาดไหน แต่คาดว่าที่สั่งไปเป็นอาวุธขั้นพื้นฐานอย่างกระสุนปืนใหญ่
หากเรื่องนี้เป็นจริง นั่นหมายความว่า การคว่ำบาตรของตะวันตกทำให้อุตสาหกรรมผลิตอาวุธของรัสเซียกำลังมีปัญหา ไม่เพียงแต่ขาดแคลนอาวุธพื้นฐาน แต่กระทบกับภาคการผลิตอาวุธไฮเอนด์หรืออาวุธประสิทธิภาพสูง อย่างขีปนาวุธความแม่นยำสูงด้วย เพราะอะไหล่และชิ้นส่วนจำนวนมากต้องสั่งซื้อจากประเทศตะวันตก
สาเหตุที่รัสเซียต้องซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือคือผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญโดยเฉพาะอาวุธปืน
แม้จะถูกองค์การสหประชาชาติคว่ำบาตรและสั่งห้ามขายอาวุธ แต่เกาหลีเหนือก็ยังคงละเมิดข้อห้ามดังกล่าว และขายอาวุธเหล่านี้ผ่านตลาดมืด
โดยที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญจากกรุงเจนีวาที่ดูแลกิจการด้านการซื้อขายอาวุธระบุว่า เกาหลีเหนือคือผู้ส่งออกอาวุธประเภทปืนและจรวดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกรองจากซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน โดยเฉพาะปืนไรเฟิลจู่โจมที่เรียกว่า คาลาชนิคอฟ ที่ประดิษฐ์โดยนักประดิษฐ์ชาวรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม การส่งออกอาวุธของเกาหลีเหนือเป็นไปอย่างลับ ๆ เนื่องจากเกาหลีเหนือโดน UNSC คว่ำบาตรด้วยการห้ามส่งออกหรือซื้อ-ขายอาวุธให้แก่ทุกประเทศในโลกตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน หากเกาหลีเหนือส่งอาวุธให้รัสเซียจริง จะเท่ากับว่ารัสเซียกำลังละเมิดมติ UNSC และ สหประชาชาติ
อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือไม่สนใจการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ และในวันที่ชาติตะวันตกคว่ำบาตร เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่ประกาศยืนเคียงข้างรัสเซีย
เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐและชาติตะวันตกว่า เป็นผู้จุดชนวนสงครามในยูเครน ทำให้รัสเซียต้องทหารเข้าไปในยูเครนเพื่อปกป้องความมั่นคงของตนเอง
นอกจากการแสดงจุดยืนปกป้องแล้ว เกาหลีเหนือยังแสดงออกชัดเจนว่าอยู่ข้างรัสเซียในอีกหลายวาระ
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ประกาศยอมรับการแยกตัวเป็นอิสระของแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียหนุนหลังได้ต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาลยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะประกาศเอกราชเป็นสาธารณรัฐหลังการรุกรานของรัสเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีประเทศใดรับรอง ยกเว้นรัสเซีย ซีเรีย และเกาหลีเหนือ
เมื่อเดือนที่แล้ว เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำมอสโกได้พบกับตัวแทนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนตสก์ โดยระบุว่า เกาหลีเหนือพร้อมที่จะส่งแรงงานเข้าไปที่นั่นเพื่อช่วยฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำสงคราม
อย่างไรก็ตาม หากเกาหลีเหนือส่งแรงงานไปที่แคว้นโดเนตสก์ในภูมิภาคดอนบาสจริง จะเป็นการละเมิดมติสหประชาชาติที่ออกมาเมื่อปี 2019
แต่เกาหลีเหนือไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติม เพราะขณะนี้ในที่นั่งของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น มีสมาชิก 2 ชาติซึ่งเป็นสมาชิกถาวรที่พร้อมสนับสนุนเกาหลีเหนือ นั่นก็คือ จีนกับรัสเซีย
โดย 2 ชาตินี้เคยพยายามขอให้สหประชาชาติผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือไม่ยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้รัสเซียและจีนยังจับมือกันใช้อำนาจวีโต้ในฐานะสมาชิกถาวรเพื่อไม่ให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นออกมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือชุดใหม่ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย