เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับปัญหาหนึ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ นั่นคือแต่ละปี จะมีชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตโดยลำพังแบบไม่มีใครรู้เห็นเพิ่มมากขึ้น และศพไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์
การเสียชีวิตลักษณะนี้มีการบัญญัติอยู่ในกฎหมายเกาหลีใต้ว่า “โกดกซา” หรือ “ตายอย่างโดดเดี่ยว” ซึ่งมีความหมายในทางกฎหมายว่า เมื่อคนที่อยู่คนเดียว ตัดขาดจากครอบครัวหรือญาติ เสียชีวิตเนื่องจากการฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย และจะพบศพได้ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้วเท่านั้น
วัฒนธรรม "โค้งคำนับ" สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลีใต้
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจในระดับประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชายวัยกลางคนที่อยู่คนเดียว
มีการประเมินว่า ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของโกดกซา ได้แก่ วิกฤตการณ์ทางประชากรของประเทศ ช่องว่างในสวัสดิการสังคม ความยากจน และความโดดเดี่ยวทางสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้มีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19
รายงานของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลีใต้ ระบุว่า ปีที่แล้ว เกาหลีใต้พบผู้ที่เสียชีวิตแบบโกดกซาถึง 3,378 ราย เพิ่มขึ้นจาก 2,412 รายในปี 2017 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 8% ต่อปี
รัฐบาลเกาหลีใต้จริงจังกับเรื่องนี้ถึงขั้นเมื่อปีที่แล้วมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการป้องกันและจัดการการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งกำหนดให้มีการปรับปรุงทุก ๆ 5 ปีเพื่อกำหนด “นโยบายป้องกันการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว”
แม้ว่าการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจะเป็นเรื่องที่พบได้ในผู้คนหลายกลุ่มประชากร แต่รายงานระบุว่า ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุดูเหมือนจะมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ โดยจำนวนผู้ชายที่ต้องทนทุกข์กับการตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่ 5.3 เท่าของผู้หญิง ณ ปี 2021
ในปีที่แล้ว ประชากรในวัย 50 ปีและ 60 ปี คิดเป็น 60% ของการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40 และ 70 ปี ส่วนคนในวัย 20-30 ปีคิดเป็น 6-8% ตามลำดับ
ปรากฏการณ์โกดกซาได้รับการศึกษามาเป็นเวลาหลายปี ในขณะที่ทางการพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นสาเหตุของการตายอย่างโดดเดี่ยว และวิธีช่วยเหลือผู้ที่เปราะบางให้ดีขึ้น
องค์กรวิจัยด้านกฎหมายของเกาหลีใต้กล่าวว่า “ในการเตรียมพร้อมสำหรับสังคมสูงวัย จำเป็นต้องตอบสนองต่อการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างแข็งขัน” และเสริมว่า “รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการระบุตัวผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมโดยเร็ว”
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP / Getty Image