รัฐบาลเกาหลีใต้ นำทีมโดยกระทรวงวัฒนธรรม เริ่มต้นการส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีมาหลายปีแล้ว โดยเขามองว่า วัฒนธรรม คือสินค้าชิ้นหนึ่งที่ขายได้ และมีการทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลให้แก่เอกชน สนับสนุนในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ และอำนวยความสะดวกในด้านการส่งออก
ทีมข่าวต่างประเทศ PPTV ได้พูดคุยเรื่องนี้กับ ดร.ไพบูลย์ ปีตะเสน ประธานศูนย์เกาหลีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานเสวนาว่าด้วยความร่วมมือเกาหลี-ไทย ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการใช้ Soft power จัดโดยสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย และศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี
“Soft Power” ความคาดหวังของคนไทยที่จะมาช่วยผลักดันเศรษฐกิจได้
อาจารย์ไพบูลย์ระบุว่า เกาหลีใต้พัฒนาสิ่งที่เรียกว่า Soft Power ผ่านทางซีรีส์ เพลง หรือภาพยนตร์ และใส่ผลิตภัณฑ์ลงไปในนั้น ซึ่งเมื่อผู้ชมเห็นแล้วชื่นชอบ ก็จะตามซื้อผลิตภัณฑ์นั้น และในทุกวันนี้ เกาหลีใต้เริ่มปลูกฝังการส่งออกวัฒนธรรมในหลักสูตรระดับประถมศึกษากันเลยทีเดียว
"เวลาเกาหลีใต้ดำเนินนโยบายวัฒนธรรม เขาจำทำพร้อม ๆ กันทั้ง 3 ส่วน และเปิดเผยให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน ประกอบกับมีภาคธุรกิจมาทำงานร่วมด้วย มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในภาคธุรกิจ ผ่านองค์กร เช่น KOCCA ส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างคอนเทนต์ มีการสอนวิธีการทำสื่อที่เป็นวัฒนธรรมเกาหลี หรือ K-content ตั้งแต่ในระดับโรงเรียน เช่น โรงเรียนประถม ซึ่งเรายังต้องเรียนรู้จากเขาในเรื่อง K-content"
นอกจากนี้ อาจารย์ไพบูลย์ยังมองว่า สิ่งที่ไทยขาดอยู่ก็คือเรื่องของความต่อเนื่อง
ประเด็นเรื่องของความต่อเนื่องนั้น โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับชาวไทย มองว่ามีความสำคัญในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่ระดับโลกเหมือนเกาหลีได้ คุณบรรจงร่วมงานกันกับ นา ฮงจิน ผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ ในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง "ร่างทรง" ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในแง่รางวัลและรายได้
บรรจงเล่าถึงการทำงานกับเกาหลีใต้ว่า จริง ๆ แล้วเขาเคยไปถ่ายทำภาพยนตร์ในเกาหลีใต้ตั้งแต่เรื่อง กวน มึน โฮ ซึ่งก็พบว่า โครงสร้างของการส่งเสริมเรื่องภาพยนตร์ของเกาหลีใต้เข้มแข็งมาก เขาได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี และสิ่งที่เกาหลีใต้ได้กลับคืนไป ก็คือการที่คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวตามรอยของภาพยนตร์เพิ่มขึ้น นั่นคือความชาญฉลาดของหน่วยงานในเกาหลีใต้
ส่วนสิ่งที่ไทยยังขาดอยู่ในการผลักดันให้ T Movie ขึ้นไปถึงระดับสากลแบบเกาหลีใต้ ผู้กำกับบรรจงมองว่า อุตสาหกรรมหนังไทยยังไม่เข้มแข็งมากพอ ขณะที่เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมาก และมีความต่อเนื่อง
"ผมว่าคำที่สำคัญมากๆ คือ ความต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าไทยไม่มีเลย ไทยก็มีหนังที่สำเร็จบ้าง มีพี่เจ้ย หรือที่ดังทั่วโลกเลยคือทางศิลปะ ส่วนทาง commercial ก็มีเทรนด์ไทยไป มีคำว่า Thai Horror ซึ่งมาอยู่พักหนึ่ง มีคนพูดถึงเยอะ ถึงขั้นมีธีสิส (Thesis) เกี่ยวกับ Thai Horror แต่พอมันขาดช่วงไป มันไม่ต่อเนื่องเหมือนเกาหลี มันก็หายวูบไปเลย มันเหมือนว่าพลังเรายังไม่เพียงพอ ผมก็เลยรู้สึกว่า ถ้ามันจะสำเร็จได้เหมือนเกาหลี คงต้องอีกนาน มันต้องมีคนดู คนทำ ภาครัฐ ที่ต้องเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ร่วมมือกันอย่างแข็งแรงจริงๆ"
การส่งออกวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ยังมีขึ้นในลักษณะของการ Reproduce หรือการผลิตซ้ำบ่อยๆ ซึ่งทุกวันนี้ เราจะเห็นการ Tie-in อาหารเกาหลี ในซีรีส์เกาหลี หรือการนำเสนอแฟชั่นการแต่งกายอย่างชุดฮันบก ผ่านศิลปิน K-pop
คิม ดันฮา เจ้าของแบรนด์ "ดันฮา โซล" คือ ดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดฮันบกร่วมสมัยให้วงแบล็กพิงก์ในมิวสิกวิดีโอเพลง How you like that โดยชุดฮันบกที่เป็นชุดประจำชาติของเกาหลีใต้ ถูกออกแบบ นำมาตีความใหม่ให้มีความทันสมัย และสวยงามมากยิ่งขึ้น
คิม ดันฮา เปิดเผยว่า เธอมีอิสระในการออกแบบเป็นอย่างมาก และเธอเองก็ไปทำการบ้าน ด้วยการไปศึกษาฮันบกตามแกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ต่างๆ จนกระทั่งในที่สุดก็ได้ชุดฮันบกแบบที่เห็นในเอ็มวีออกมา ซึ่งเธอบอกว่า ตามปกติแล้ว คนเกาหลีเองไม่ได้สนใจชุดฮันบกมากขนาดนั้น แต่กระแสของแบล็กพิงก์ ก็ทำให้ชุดฮันบกกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
ภาพจาก ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย (KCC)