จะไปให้ถึงดาวอังคาร! นาซาเตรียมทดสอบ “จรวดพลังนิวเคลียร์”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นาซาประกาศแผนทดสอบ “จรวดพลังนิวเคลียร์” ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางไปดาวอังคารให้เร็วขึ้นได้

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ ด้านการแสดงแสนยานุภาพการศึกษาอวกาศ คือการส่งมนุษย์ไปเหยียบดาวอังคารภายในทศวรรษที่ 2030s ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อน หนึ่งในปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดว่าสหรัฐฯ จะทำได้หรือไม่นั้น คือเรื่องของ “เทคโนโลยี”

เทคโนโลยีที่สำคัญในการเดินทางไปสู่ห้วงอวกาศคงหนีไม่พ้น “จรวด” ที่เป็นตัวขับเคลื่อนยาวอวกาศให้เดินทางไปยังปลายทางได้อย่างรวดเร็ว แต่จรวดในปัจจุบันยังไม่สามารถเร็วได้ขนาดนั้น

พบเพิ่มอีกดวง! ดาวเคราะห์ที่มนุษย์อาจไปอาศัยอยู่ได้

หลักฐานเคยมีแหล่งน้ำ ยานสำรวจนาซา พบ “โอปอล” บนดาวอังคาร

วันนี้ไม่ชน วันหน้าไม่แน่ “ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก” เรื่องใหญ่มนุษยชาติ

ล่าสุด องค์การนาซา (NASA) ได้ออกมาเปิดเผยแผนการทดสอบ “จรวดพลังนิวเคลียร์ (Nuclear-Powered Rocket)” ที่มีพลังขับสูง สามารถส่งนักบินอวกาศไปยังดาวอังคารได้เร็วกว่าเชื้อเพลิงเคมีที่ใช้กันอยู่ตอนนี้มาก ภายใต้ชื่อโครงการ “ดราโก (DRACO)”

โครงการดราโกเป็นความร่วมมือระหว่างนาซากับสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ (DARPA) ตามกำหนดการแล้วจะมีการทดสอบสาธิตเครื่องยนต์จรวดความร้อนพลังนิวเคลียร์ในอวกาศในปี 2027

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบใหม่สำหรับการเดินทางในอวกาศ นาซาระบุว่า “การใช้จรวดความร้อนพลังนิวเคลียร์ช่วยให้การเดินทางรวดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงสำหรับนักบินอวกาศ ... การลดเวลาเดินทางเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร เนื่องจากการเดินทางที่ยาวนานนั้นหมายถึงต้องใช้เสบียงมากและระบบที่แข็งแกร่ง”

นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์เพิ่มเติมในการยกระดับความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุก และรองรับพลังงานที่สูงขึ้นสำหรับเครื่องมือวัดและการสื่อสาร

นาซากล่าวว่า หากใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน การเดินทางจากโลกไปยังดาวอังคารจะใช้เวลาประมาณ 7 เดือน แม้วิศวกรจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจรวดพลังงานนิวเคลียร์จะสามารถลดเวลาเดินทางได้เท่าไร แต่ บิล เนลสัน ผู้อำนวยการนาซากล่าวว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ยานอวกาศและมนุษย์เดินทางในห้วงอวกาศได้เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างแน่นอน

“ด้วยความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีใหม่นี้ นักบินอวกาศสามารถเดินทางไปและกลับจากห้วงอวกาศได้เร็วกว่าที่เคย ซึ่งเป็นความสามารถที่สำคัญในการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร” เนลสันกล่าว

ระบบจรวดพลังนิวเคลียร์นี้ โดยหลักการแล้วจะทำงานโดยใช้เครื่องปฏิกรณ์สร้างกระแสไฟฟ้าที่มีประจุบวกในเชื้อเพลิงก๊าซ เช่น ซีนอนหรือคริปทอน ผลักไอออนออกไปทางทรัสเตอร์ และขับเคลื่อนยานอวกาศไปข้างหน้า สามารถช่วยเร่งยานอวกาศเป็นระยะเวลานานได้

ดร.สเตฟานี ทอมป์กินส์ ผู้อำนวยการ DARPA กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขยายความร่วมมือที่มีอยู่แล้วระหว่างสองหน่วยงาน “DARPA และนาซามีประวัติการทำงานที่ประสบความสำเร็จร่วมกันมาอย่างยาวนาน ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเป้าหมายของเรา ตั้งแต่จรวด Saturn V ที่พามนุษย์ไปดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ไปจนถึงการให้บริการหุ่นยนต์และการเติมเชื้อเพลิงแก่ดาวเทียมต่าง ๆ”

เธอเสริมว่า “อวกาศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าสมัยใหม่ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ และความมั่นคงของชาติ ความสามารถในการบรรลุความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในเทคโนโลยีอวกาศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขนส่งสินค้าไปยังดวงจันทร์อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น และรวมถึงการส่งผู้คนไปยังดาวอังคารด้วย”

ก่อนหน้านี้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว สหรัฐฯ เคยพยายามศึกษาและดำเนินการทดสอบเครื่องยนต์จรวดความร้อนพลังนิวเคลียร์แล้ว แต่ด้วยระดับของเทคโนโลยีในอดีตยังไม่ถึงจั้ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ

จิม รอยเตอร์ รองหัวหน้ากองอำนวยการภารกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศ (STMD) กล่าวว่า “วัสดุด้านการบินและอวกาศล่าสุด และความก้าวหน้าทางวิศวกรรม กำลังเปิดศักราชใหม่สำหรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอวกาศ และการสาธิตการบินนี้จะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการสร้างความสามารถในการขนส่งสินค้าในอวกาศ”

 

เรียบเรียงจาก NASA

ภาพจาก NASA

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ