รื้อทฤษฎีต้นกำเนิดจักรวาล? พบกาแล็กซีโบราณที่ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กล้อง เจมส์ เว็บบ์ พบ “กาแล็กซีโบราณขนาดใหญ่ 6 แห่ง” ซึ่งเก่าแก่มากจนอาจลบล้างทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลที่มีอยู่เดิม

ภารกิจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) ที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศ คือการช่วยนักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาความลับของจักรวาล ด้วยกล้องอินฟราเรดซึ่งถ่ายภาพได้คมชัดและละเอียดกว่ากล้องตัวอื่น ๆ ที่ผ่านมา

ล่าสุดดูเหมือน เจมส์ เว็บบ์ จะค้นพบกับความลับของจักรวาลที่เกินความคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์ เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดว่า อาจลบล้างทฤษฎีต้นกำเนิดจักรวาลที่มีอยู่เดิม!

“การระเบิดที่สมบูรณ์แบบ” ชมภาพ “กิโลโนวา” ทรงกลมสุดหายาก

นักวิทย์สันนิษฐาน “หลุมดำ” อาจเกี่ยวข้องกับ “การขยายตัวของจักรวาล”

นักวิทย์พบดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีเพิ่มอีก 12 ดวง

ทฤษฎีต้นกำเนิดจักรวาลที่เชื่อกันมากที่สุดในปัจจุบันคือ ทฤษฎีบิ๊กแบง (Big Bang Theory) หรือการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อราว 13,700 ล้านปีก่อน เกิดสสารและพลังงาน กลายเป็นดวงดาวและกาแล็กซีในปัจจุบัน และแรงระเบิดนั้นยังคงทำให้จักรวาลขยายตัวอยู่จนถึงทุกวันนี้

แต่การค้นพบล่าสุดของ เจมส์ เว็บบ์ มีแนวโน้มว่าอาจจะลบล้างทฤษฎีดังกล่าวนี้ทิ้ง เมื่อมีการค้นพบ “กาแล็กซีโบราณขนาดใหญ่ 6 แห่ง” และจากการคำนวณพบว่า พวกมันถือกำเนิดขึ้นมาในช่วง 500 ล้านถึง 700 ล้านปีหลังบิ๊กแบง หรือมีอายุกว่า 13,000 ล้านปีในปัจจุบัน ซึ่งในทางทฤษฎี “ไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้”

เรื่องนี้เกิดจากการที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย เดนมาร์ก และสเปน ร่วมกันศึกษาภาพถ่ายของ เจมส์ เว็บบ์ ที่ส่งกลับมายังโลก และในภาพหนึ่ง เอริกา เนลสัน หนึ่งในทีมนักวิทย์ ก็ได้สังแกตเห็น “จุดสีแดง” ซึ่งดูจะสว่างมากกว่าที่ควรจะเป็น

“พวกมันแดงและสว่างมาก ... เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นสิ่งนี้” เนลสันบอก และอธิบายว่า ในทางดาราศาสตร์ แสงสีแดงมักหมายถึง “แสงเก่า” หรือแสงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว

ต้องทำความเข้าใจว่า การที่จักรวาลขยายตัว ทำให้กาแล็กซีและวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ เคลื่อนตัวออกจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงแสงที่วัตถุต่าง ๆ ปล่อยออกมาก็จะถูกยืดขยายออกไปด้วย และยิ่งแสงยืดออกไปมากเท่าไหร่ สีที่เราเห็นก็จะยิ่งเป็นสีแดงมากขึ้นเท่านั้น (สีแดงเป็นสีที่มีความยาวคลื่นมากที่สุดในบรรดาสีสเปกตรัมที่ตามนุษย์มองเห็น) ในทางตรงกันข้าม แสงจากวัตถุที่อยู่ใกล้โลกก็จะออกสีน้ำเงินมากกว่า

พูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งวัตถุนั้นอยู่ไกลจากเรามากเท่าไหร่ แสงที่มันปล่อยออกมาก็จะยิ่งดูเป็นสีแดงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การที่กาแล็กซีโบราณทั้ง 6 แห่งนี้เปล่งแสงสีแดงจ้าออกมา เท่ากับว่า มันเป็นสิ่งที่มีอายุมากแล้วในจักรวาลนั่นเอง

หลังจากพบว่ากาแล็กซีเหล่านี้น่าจะเก่าแก่มาก ซึ่งน่าจะช่วยให้พวกเขาเข้าใกล้การศึกษาต้นกำเนิดจักรวาล ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ทำการคำนวณหาอายุของกาแล็กซีเหล่านี้ และพบว่ามันน่าจะถือกำเนิดขึ้นไม่นานหลังบิ๊กแบง พวกมันมีขนาดใหญ่ และมีดาวฤกษ์ขนาดเท่าดวงอาทิตย์หลายหมื่นล้านถึงแสนล้านดวง

ที่บอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่กาปล็กซีโบราณเหล่านี้จะมีตัวตน เพราะตามทฤษฎีเดิม หลังการเกิดบิ๊กแบงมีช่วงเวลาที่เรียกว่า “ยุคมืด (Dark Age)” หรือช่วงเวลาหลายร้อยล้านปีที่จักรวาลใช้ในการเย็นตัวลงหลังการระเบิด จนเย็นพอที่ก๊าซจะรวมตัวกันและยุบตัวเป็นดาวฤกษ์ดวงแรก และกาแล็กซีเริ่มก่อตัวขึ้น

การที่มีกาแล็กซีเกิดขึ้นในช่วงหลายร้อยปีหลังบิ๊กแบงจึงอาจหมายความว่า ทฤษฎีต้นกำเนิดจักรวาลและอายุของจักรวาลในปัจจุบัน อาจไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ หรือไม่ ก็อาจมีปัจจัยบางอย่างที่อาจทำให้ดาวฤกษ์ก่อตัวเร็วกว่าที่ทฤษฎีคิดไว้

“เราไม่ได้คาดหวังว่าจักรวาลยุคแรกจะสามารถจัดระเบียบตัวเองได้เร็วขนาดนั้น กาแล็กซีเหล่านี้ไม่น่าจะมีเวลามากพอที่จะก่อตัว” เนลสันกล่าว

ด้าน โจเอล เลจา จากมหาวิทยาลัยรัฐเพนซิลเวเนีย หนึ่งในทีมนักวิทย์ บอกว่า “เราคาดหวังเพียงจะพบกาแล็กซีอายุน้อยขนาดเล็ก แต่เรากลับค้นพบกาแล็กซีที่เติบโตเต็มที่พอ ๆ กับกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราในจุดที่เคยเข้าใจกันว่าเป็นต้นกำเนิดของเอกภพ”

เขาเวริมว่า “เราพบบางสิ่งที่คาดไม่ถึง ซึ่งสร้างปัญหาให้กับวิทยาศาสตร์จริง ๆ ... มันทำให้ทฤษฎีการเกิดกาแล็กซียุคแรกถูกตั้งคำถาม”

นอกจากนี้ หากใครจำกันได้ ดวงดาวหรือกาแล็กซีที่เราเห็นในอวกาศนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อนานมาแล้ว นั่นหมายความว่า กาแล็กซีโบราณขนาดใหญ่เท่าทางช้างเผือกที่นักวิทย์พบนี้ จริง ๆ แล้ว ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน มันน่าจะมีขนาดใหญ่มากกว่ากาแล็กซีใด ๆ ที่เราเคยพบ

กาแล็กซีทั้ง 6 แห่งนี้มีขนาดใหญ่มากจนขัดแย้งกับ 99% ของแบบจำลองการเกิดกาแล้กซีที่นักสิทยาศาสตร์เชื่อ ซึ่งหมายความว่านักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องคิดใหม่ว่า แท้จริงแล้ว กาแล็กซีก่อตัวและวิวัฒนาการอย่างไรกันแน่

อย่างไรก็ดี ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า หากจะรื้อทฤษฎีต้นกำเนิดจักรวาล หรือทฤษฎีการเกิดกาแล็กซียุคแรก จำเป็นจะต้องมีการยืนยันให้แน่ชัดเสียก่อนว่า วัตถุทั้ง 6 ที่พบเป็นกาแล็กซีจริง ๆ ไม่ใช่วัตถุอื่น

แต่ถ้าผลออกมาว่าเป็นกาแล็กซีจริง ๆ ก็หมายความว่า เราอาจกำลังอยู่ในยุคที่ความรู้เกี่ยวกับอวกาศกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง

“พบบางสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะพบ และมันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผมคิดไว้มาก ... อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลจะบ่งชี้ว่าพวกมันน่าจะเป็นกาแล็กซี แต่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่วัตถุเหล่านี้อาจเป็นหลุมดำมวลมหาศาลก็ได้” เลจากล่าว

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่กาแล็กซีที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยค้นพบ เมื่อปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์พบกาแล็กซี 4 แห่งที่มีอายุประมาณ 350 ล้านปีหลังจากบิ๊กแบง แต่กาแล็กซีเหล่านี้มีขนาดเล็กกว่ามาก จึงไม่ชวนตกใจเท่ากาแล็กซี 6 แห่งที่เพิ่งค้นพบนี้

 

เรียบเรียงจาก CNN / Science Daily / The Guardian

ภาพจาก Getty Image / NASA

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ