ภาพจากโดรนเมื่อคืนที่ผ่านมา ( 23 มี.ค.) แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมหาศาลพากันออกมาประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศ
จากภาพคือบรรยากาศของเมืองบูห์เนย์บราค เมืองทางตะวันออกของนครเทลอาวีฟ ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า ผู้ชุมนุมในเมืองนี้เมื่อคืนที่ผ่านมามีจำนวนหลายพันคน พวกเขามาพร้อมกับอุปกรณ์มากมายในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น ธง กลอง ไปจนถึงป้ายข้อความประณามความพยายามปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลที่นำโดย นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู
ส่วนภาพนี้คือบรรยากาศของการประท้วงในช่วงกลางวันที่เต็มไปด้วยผู้คนเช่นกัน ภาพจากนครเทลอาวีฟจะเห็นผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวรั้วที่เจ้าหน้าที่กั้นไว้ท่ามกลางเสียงตะโกนคำว่าประชาธิปไตยในภาษาฮีบรู
การประท้วงเมื่อวานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เรียกว่า "Day of Shutdown" ที่ผู้คนพากันออกมาปิดถนน ยุติการทำงาน ส่งผลให้หลายเมืองทั่วประเทศเผชิญกับความชะงักงันทางเศรษฐกิจ
คนอิสราเอลประท้วงกันมานานหลายเดือนแล้ว และหนึ่งในภาพจำที่สุดคือ การนำคาแรกเตอร์ของตัวละครผู้หญิงจากซีรีย์เรื่อง The Handmaid's Tale มาเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วง
ซีรีย์เล่าเรื่องราวของอนาคตในโลกดิสโทเปียที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ และผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกลายเป็นพลเมืองชั้นสองมีหน้าที่แค่สืบสกุลให้กับครอบครัวของผู้บัญชาการทางทหาร
ผู้หญิงอิสราเอลจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันแต่งตัวตามซีรีย์ออกมาประท้วง เพราะพวกเธอกังวลว่า อิสราเอลกำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นเผด็จการที่ผู้นำมีอำนาจควบคุมกระบวนการยุติธรรมและไม่สามารถตรวจสอบได้
ก่อนที่จะไปดูชนวนเหตุของการประท้วงเมื่อวาน ย้อนดูสาเหตุของการประท้วงทั้งหมดที่ผ่านมานานถึงสองเดือนแล้ว ประเด็นหลักคือ รัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ต้องการที่จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ร่างกฎหมายใหม่ครอบคลุมความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่ประชาชนมองว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ฝ่ายบริหารต้องการลดอำนาจของฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นการกระทำที่บั่นทอนความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ ผู้คนเลยออกมาประท้วง
ร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครอบคลุมความเปลี่ยนแปลงหลายประการ เช่น การเพิ่มอำนาจให้สภาสามารถลบล้างคำตัดสินของศาลได้ในกรณีที่ผ่านเสียงข้างมากจำนวน 61 เสียงจากทั้งหมด 120 เสียง
หรือเปลี่ยนระบบการแต่งตั้งผู้พิพากษา ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการคัดเลือกโดย รัฐมนตรีกระทรวงการยุติธรรม ผู้พิพากษาที่อยู่ในตำแหน่ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติอื่นๆ แต่ในแผนงานใหม่กำหนดให้ บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกเลือกมาให้มีอำนาจแต่งตั้งจะถูกยกเลิกและให้รัฐบาลสามารถแต่งตั้งบุคคลสาธารณะจำนวนสองตำแหน่งขึ้นมาแทน เพื่อให้บุคคลสองคนนี้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งผู้พิพากษาได้
นอกจากนั้นยังในแผนปฏิรูป ผู้นำอิสราเอลยังต้องการยกเลิกอำนาจของศาลในการตัดสินคดีจาก "ความสมเหตุสมผล" อีกด้วย
หลักการความสมเหตุสมผลถูกใช้ในบางกรณี เช่น ล่าสุดรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ของเนทันยาฮูถูกศาลห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีแนวคิดสนับสนุนการหลีกเลี่ยงภาษี ศาลใช้หลักการนี้ชี้ว่ามีเหตุผลที่บุคคลดังกล่าวไม่ควรรับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งผลให้เนทันยาฮูต้องเปลี่ยนรัฐมนตรีมาแล้วรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลให้คนจำนวนมากไม่พอใจ และมองว่าความพยายามเปลี่ยนแปลงนี้เป็นวิธีที่ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูใช้เพื่อช่วยให้ตัวเองรอดพ้นจากการตรวจสอบในข้อหาคอร์รัปชัน ตลอดจนการตรวจสอบอื่นๆ ในอนาคต
อย่างไรก็ตามในอิสราเอลก็มีคนที่เห็นด้วยเช่นกัน โดยเป็นกลุ่มคนที่นิยมแนวคิดขวาจัด ตลอดจนชาวยิวอัลตรา-ออร์โธดอกซ์ที่เคร่งศาสนา
พวกเขาระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยสร้างความสมดุลระหว่างรัฐบาลและฝ่ายตุลาการและล่าสุดเมื่อวันพฤหัสดีที่ผ่านมา สภาอิสราเอลผ่านร่างกฎหมายแรกที่ถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมแล้ว
ร่างกฎหมายที่ผ่านสภาเมื่อวานนี้ถูกถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ เป็นร่างกฎหมายที่จำกัดวิธีการถอดถอนนายกรัฐมนตรีให้เหลือเพียงแค่สภาเท่านั้นที่มีอำนาจในการโหวตถอดถอน โดยต้องได้เสียงส่วนใหญ่ 2 ใน 3 จึงจะถอดถอนผู้นำได้
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเปลี่ยนแปลงใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้อัยการและศาลสามารถยื่นเรื่องถอดถอนได้ หากพบว่า ผู้นำไม่สามารถที่จะบริหารประเทศต่อไปได้ รายงานข่าวระบุว่า ร่างกฎหมายแรกที่เป็นฉบับแรกของความพยายามปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบตุลาการของประเทศ ผ่านมติเห็นชอบด้วยเสียงโหวต 61 ต่อ 47 เสียง หลังสภาผ่านร่างกฎหมายแรก นายกฯ เนทันยาฮูออกมาแถลง ย้ำว่ารัฐบาลยังคงฟังเสียงของประชาชน และอ้างเหตุผลว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปกป้องอิสราเอลจากภัยคุกคามนอกประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังคงยึดมั่นในประชาธิปไตย
หลังสภาผ่านร่างกฎหมายนี้ คนอิสราเอลก็เลยพากันออกมาประท้วงในหลายเมืองและเป็นที่มาของความโกรธเกรี้ยวทั่วประเทศเมื่อวานนี้ ผู้คนมองว่า นายกฯ กำลังพยายามรักษาอำนาจของตนเอง และทำทุกทางให้รอดพ้นจากการตรวจสอบและคดีต่างๆ
ความเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้อัยการสูงสุดของอิสราเอลไม่สามารถประกาศว่า นายกฯ เนทันยาฮูมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ผู้นำประเทศต่อ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคอร์รัปชันก็ตาม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเสมือนว่า ผู้นำประเทศกำลังใช้ร่างกฎหมายใหม่ยกเครื่องกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ตนสามารถอยู่ในอำนาจต่อไปได้
ด้านยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านออกมาประณามทันที ระบุว่า แทนที่ผู้นำประเทศจะยุติการปฏิรูป แต่กลับทำตัวเป็นเหยื่อและเดินหน้าเผยแพร่คำโกหกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้นยังกล่าวโจมตี ยาลีฟ เรวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ทำตัวเสมือนเป็นมือของเนทันยาฮู ช่วยให้ร่างกฎหมายนี้สามารถผ่านได้ในที่สุดในภาพรวมของการประท้วงเมื่อวานนี้ มีผู้ประท้วงราว 105 คนถูกจับกุม
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ยังไม่จบ ฝ่ายผู้ประท้วงระบุว่าจะยังคงเดินหน้าประท้วงต่อไป เนื่องจากในสัปดาห์หน้ารัฐสภาอิสราเอลยังมีแผนที่จะพิจารณาร่างกฎหมายครั้งที่สองและครั้งที่สามอีก พร้อมเรียกร้องให้นายกฯ เนทันยาฮูหยุดการกระทำที่ทำลายประชาธิปไตยนี้