สภาพอากาศโลกเสี่ยงรุนแรงขึ้น หลังอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรสูงทุบสถิติ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักวิทยาศาสตร์เตือนสถานการณ์คลื่นความร้อนในทะเลเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่ความเสี่ยงต่อสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) เปิดเผยข้อมูลว่า อุณหภูมิของพื้นผิวมหาสมุทรโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลผ่านดาวเทียม ซึ่งทำให้เกิดคลื่นความร้อนในทะเลทั่วโลก

ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยลริเวณพื้นผิวมหาสมุทรอยู่ที่ 21.1 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 21 องศาเซลเซียสในปี 2016

“มนุษย์ทนร้อนได้แค่ไหน?” คำถามสำคัญเมื่ออากาศเมืองไทยร้อนเหลือเกิน

เมื่อ “หิมะ” ถูกแทนที่ด้วย “กระบองเพชร” โลกร้อนกระทบสวิสหนัก

"พายุบนโลกจะน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ" หลังโลกร้อนทำมหาสมุทรอุ่นเกินไป

ศ.แมทธิว อิงแลนด์ นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า “วิถีในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะหลุดทะลุชาร์ตไปแล้ว มันทำลายสถิติก่อนหน้านี้”

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์ลานีญาทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอันกว้างใหญ่ ช่วยควบคุมอุณหภูมิและลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น

แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ความร้อนได้เพิ่มสูงขึ้นถึงพื้นผิวมหาสมุทร ซึ่งชี้ให้เห็นถึงรูปแบบปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพอากาศที่รุนแรงและอาจทำลายสถิติความร้อนของโลกได้

ดร.ไมค์ แม็กฟาเดน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของ NOAA กล่าวว่า “3 ปีของลานีญาได้สิ้นสุดลงแล้ว ช่วงเวลาแห่งความหนาวเย็นที่ยาวนานนี้ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกลดลงแม้จะมีก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศก็ตาม แต่ตอนนี้มันจบลงแล้ว เราน่าจะเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ดังและชัดเจน”

ปรากฏการณ์ลานีญามีอิทธิพลต่อการเย็นลงของอุณหภูมิโลก แต่ในช่วงหลังจากนี้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ อุณหภูมิของมหาสมุทรในบริเวณดังกล่าวจะอุ่นขึ้นกว่าปกติ และอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น

สำหรับการร้อนขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรนี้ มากกว่า 90% เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น ทั้งจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการตัดไม้ทำลายป่า

การศึกษาเมื่อปีที่แล้วระบุว่า ปริมาณความร้อนที่สะสมในมหาสมุทรนั้นเร่งตัวขึ้นและซึมลึกลงไปมากขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่จะทำให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรง

การวัดจากระดับบนสุด 2 กม. ของมหาสมุทรแสดงให้เห็นการสะสมความร้อนอย่างรวดเร็วที่พื้นผิวด้านบนของมหาสมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา

ดร.เควิน เทรนเบอร์ธ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์พบว่า ความร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนแผ่ขยายลงไปมากกว่า 100 เมตร

เขากล่าวว่า ความร้อนจะส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศด้านบน สร้างความร้อนมากขึ้น เพิ่มพลังงานให้กับระบบสภาพอากาศ และทำให้เกิดคลื่นความร้อนในทะเล

ดร.อเล็กซ์ เซน กุปตา รองศาสตราจารย์แห่งศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UNSW กล่าวว่า ปัจจุบัน เกิดคลื่นความร้อนในทะเลในระดับปานกลางถึงแรงในหลายภูมิภาค รวมถึงทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา รอบ ๆ นิวซีแลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย และทางตะวันตกของอเมริกากลาง

เซน กุปตา กล่าวว่า “เป็นเรื่องผิดปกติที่จะเห็นคลื่นความร้อนในทะเลที่ค่อนข้างรุนแรงในเวลาเดียวกัน”

มหาสมุทรที่ร้อนจะเป็นแหล่งพลังงานให้กับพายุที่เกิดขึ้นในทะเลหรือมหาสมุทร คลื่นความร้อนในทะเลยังส่งผลร้ายแรงต่อสัตว์น้ำ และทำให้เกิดการฟอกขาวในแนวปะการังเขตร้อน

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

LPGA2024_22B LPGA2024_22B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

HONDA LPGA THAILAND 2024

HONDA LPGA THAILAND 2024

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ