"แวกเนอร์" อ้างสังหารทหารยูเครนในบัคมุตกว่า 50,000 นาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 16 แล้ว ช่วงนี้มีหลายความเคลื่อนไหวสำคัญที่อาจส่งผลต่อโมเมนตัมของสงคราม เช่น การจัดตั้งพันธมิตรเครื่องบินรบของชาติพันธมิตรตะวันตก เหตุการณ์ความไม่สงบในแคว้นเบลโกรอด รวมถึงข้ออ้างของรัสเซียที่ระบุว่ายูเครนพ่ายแพ้ในเมืองบัคมุต

สมรภูมิหลักที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับประเด็นการต่อสู้ที่เมืองบัคมุต ล่าสุดมีข้อมูลใหม่ออกมาว่ายูเครนอาจสูญเสียทหารไปมากกว่า 50,000 นายในสมรภูมินี้

คนที่ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวคือ เยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มนักรบรับจ้างแวกเนอร์ กลุ่มนักรบที่เป็นกำลังหลักในการต่อสู้ที่สมรภูมิบัคมุตตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ปริโกชินได้พูดถึงเรื่องนี้ขณะที่ให้สัมภาษณ์ส่วนตัวกับบล็อกเกอร์สายทหารรายหนึ่ง 

"แวกเนอร์กรุ๊ป" โวยทหารรัสเซียทิ้งที่มั่นในบัคมุต

ทัพแวกเนอร์กรุ๊ปในบัคมุตระส่ำหนัก ยอมรับยูเครนเปิดฉากรุกรัสเซียแล้ว

 โดยระบุว่า แวกเนอร์สามารถยึดเมืองนี้ได้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และจะออกจากเมืองนี้ พร้อมส่งภารกิจต่อให้กับกระทรวงกลาโหมรัสเซียในวันที่ 1 มิถุนายน

ส่วนสาเหตุที่กลุ่มแวกเนอร์ต้องถอนกำลังเป็นเพราะทางกลุ่มสูญเสียทรัพยากรอาวุธและกำลังพลไปจำนวนมาก โดยปริโกชินอ้างว่าเขาเสียกำลังพลที่เป็นนักโทษไปราว 10,000 นาย แต่ขณะเดียวกันก็สามารถสังหารทหารยูเครนไปได้ราวๆ 50,000 นาย

อย่างไรก็ดี ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์พูดเรื่องจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ทางการทั้งสองฝั่งยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการออกมา เนื่องจากการสู้รบในพื้นที่ยังไม่จบ ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นเพียงข้อมูลจากปริโกชิน ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในสนามรบเท่านั้น

นอกจากประเด็นความเสียหายในสมรภูมิบัคมุตแล้ว ปริโกชินยังได้พูดถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องใหญ่คือ

การปฏิวัติที่อาจเกิดขึ้นในรัสเซีย เขาได้เตือนบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียว่า ถ้าชนชั้นนำไม่จริงจังกับการทำสงครามในยูเครนมากกว่านี้ พวกเขาอาจต้องเจอกับการเผชิญหน้าและการต่อต้านจากประชาชนภายในประเทศ

เนื่องจากประชาชนจะเห็นความเหลื่อมล้ำที่ว่าการรบคือการส่งคนไปตาย และคนที่ตายกลับเป็นลูกของคนธรรมทั่วไปขณะที่ลูกของบรรดาชนชั้นนำกลับใช้ชีวิตและเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ ไม่ต้องเข้าไปทำสงครามในยูเครน

ปริโกชินได้เปรียบเทียบความร้ายแรงของการปฏิวัติที่อาจเกิดขึ้นกับการปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์รัสเซียสมัยใหม่  ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1917 ประชาชนจำนวนมาก ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ออกมาเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลที่ปกครองโดยจักรพรรดินีอะเล็กซานดรา มเหสีของพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 และก่อจลาจลตามเมืองต่างๆ เนื่องจากไม่สามารถทนกับพิษเศรษฐกิจที่ทำให้อดอยากและไร้งานทำได้

การประท้วงของมวลชน ทำให้ฝ่ายปฏิวัติสองกลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มปัญญาชนเสรีนิยมและกลุ่มบอลเชวิก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ศรัทธาในลัทธิมากซ์ตัดสินใจปลุกระดมทางการเมืองจนทำให้การประท้วงลุกลาม

นี่ทำให้รัฐบาลซารีนาตัดสินใจใช้ทหารเพื่อสลายการชุมนุม แต่ไม่สำเร็จ ชัยชนะเป็นของประชาชนนำไปสู่การสิ้นสุดของอำนาจรัฐบาลซาร์และราชวงศ์โรมานอฟในเดือนมีนาคม ปี 1917 รัฐบาลชั่วคราวขึ้นบริหารประเทศแทน

หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน กลุ่มบอลเชวิกก็ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลชั่วคราว ก่อนนำไปสู่การปฏิวัติเพื่อยึดอำนาจเบ็ดเสร็จที่เรียกว่า การปฏิวัติเดือนตุลาคมปี 1917 เปลี่ยนจักรวรรดิรัสเซีย ให้กลายเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย หรือสหภาพโซเวียต

นอกจากการปฏิวัติของประชาชนที่อาจเกิดขึ้นจากความสูญเสียบุคคลในครอบครัวแล้ว  ตอนนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจสร้างความวุ่นวายในรัสเซียคือ เหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในแผ่นดินรัสเซีย โดยเหตุการณ์ล่าสุดคือ เหตุความไม่สงบที่แคว้นเบลโกรอดในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา

ผู้ที่ลงมือก่อเหตุความไม่สงบในแคว้นเบลโกรอดรอบนี้คือ กองกำลังเสรีภาพรัสเซียและกลุ่มกองกำลังรัสเซียอาสา  คนจากทั้งสองกลุ่มนี้อ้างว่า พวกเขาเป็นชาวรัสเซีย แต่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลรัสเซีย มีเป้าหมายหลักเพื่อปลดปล่อยรัสเซียจากระบอบการปกครองของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ตั้งแต่วันจันทร์ถึงเมื่อวานนี้ นักรบจากทั้งสองกลุ่มได้บุกเข้าไปในหลายพื้นที่ของแคว้นเบลโกรอด และโจมตีอาคารของหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย หรือ FSB ประจำภูมิภาค คลังเก็บสินค้า รวมถึงพื้นที่ทางการทหารของยูเครน

หลังจากนั้น กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ประกาศทำสงครามต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนจะรายงานว่าสามารถสังหารกองกำลังที่เข้ามาสร้างความไม่สงบได้มากถึง 70 คน

อย่างไรก็ดี นักรบของทั้งสองกลุ่มออกมายืนยันผ่านเทเลแกรมตั้งแต่เมื่อวานว่า ไม่มีคนของตนเองได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตตามที่ทางการรัสเซียกล่าวอ้างแต่อย่างใด ก่อนที่จะปล่อยภาพความเคลื่อนไหวล่าสุดออกมาเมื่อคืนนี้

ภาพของบรรดานักรบจากกองกำลังเสรีภาพรัสเซียและกลุ่มกองกำลังรัสเซียอาสา กำลังรวมตัวและถ่ายรูปร่วมกันบริเวณพื้นที่ที่ถูกระบุว่าเป็นแคว้นซูมี พื้นที่ทางตอนเหนือของยูเครนที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย  หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ทั้งสองกลุ่มก็ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนร่วมกันเกี่ยวกับ สิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นเบลโกรอด

เดนิส คาปุสติน ผู้ก่อตั้งกลุ่มกองกำลังรัสเซียอาสาระบุว่า ปฏิบัติการของกลุ่มยังดำเนินอยู่ เพราะภารกิจของกลุ่มมีหลายเฟส และสิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นเบลโกรอดเป็นเพียงแค่เฟสแรกเท่านั้น  ส่วนเป้าหมายของการก่อเหตุในครั้งนี้ คาปุสตินระบุว่ากลุ่มของพวกเขาทำไปเพื่อเสรีภาพและต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในรัสเซีย

ขณะที่รองผู้บัญชาการของกลุ่มเสรีภาพรัสเซีย ซึ่งเป็นกองกำลังอีกกลุ่มระบุว่า เป้าหมายในการก่อเหตุครั้งนี้เป็นไปเพื่อยุติสงครามในยูเครนและปลดปล่อยประเทศจากระบอบของประธานาธิบดีปูติน

ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินรัสเซีย สงครามในแผ่นดินยูเครนยังดำเนินต่อไป ล่าสุดทางการยูเครนรายงานว่ารัสเซียได้โจมตีทางอากาศใส่ยูเครนอีกครั้ง

วันนี้ 25 พ.ค. ทางการยูเครนรายงานว่ารัสเซียได้ใช้โดรน 36 ลำโจมตียูเครน แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถยิงสกัดโดรนทั้งหมดเอาไว้ได้ ทำให้ไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออาคารบ้านเรือน

การกระหน่ำโจมตีทางอากาศครั้งนี้ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ออกประกาศเมื่อวานนี้ว่า

รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติเงินกว่า 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 9,400 ล้านบาท เพื่อซื้อจรวดของระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนาซาม (NASAMS) ให้ยูเครน โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่ามีประสิทธิภาพในการสกัดขีปนาวุธรัสเซียได้ในอัตรา 100% หรือไม่เคยพลาดเป้าเลย

นอกจากยูเครนจะได้ระบบนาซามจากสหรัฐฯ มาเพื่อปกป้องน่านฟ้าแล้ว ล่าสุดยูเครนอาจได้รับเครื่องบินรบ F-16 ที่เคยร้องขอมานานหลายเดือน

เมื่อวานนี้ คาจซา โอลองเกรน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ได้ระบุผ่านจดหมายของเธอที่ส่งไปยังรัฐสภาเนเธอร์แลนด์ว่า รัฐบาลต้องการส่งมอบเครื่องบินรบรุ่น F-16 ให้ยูเครนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ขณะเดียวกัน บียอร์น อาริลด์ กรัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนอร์เวย์ ก็ได้ออกมาระบุเช่นกันว่า นอร์เวย์จะร่วมกับชาติพันธมิตรอื่นๆ สนับสนุนการฝึกใช้เครื่องบินรบสัญชาติตะวันตกให้แก่นักบินยูเครน

ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมากล่าวว่า การส่งมอบเครื่องบินรบรุ่น F-16 ให้แก่ยูเครนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ารัสเซียกำลังจะพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ