ทางการท้องถิ่นของเมืองครามาตอร์สก์ ในภูมิภาคโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ระบุว่า มีขีปนาวุธ 2 ลูกถูกยิงเข้ามาในขณะที่มีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยแรงระเบิดได้สร้างความเสียหายอย่างหนักทำให้ร้านอาหารแห่งหนึ่งเหลือแต่โครงเหล็กของอาคาร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยูเครนรายงานเมื่อเวลา 20.00 น. วานนี้ว่าเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บอีก 42 คน
สำหรับ เมืองครามาตอร์สก์ถูกรัสเซียโจมตีหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน โดยเฉพาะในเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ขีปนวุธลูกหนึ่งตกใส่สถานีรถไฟประจำเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 คน
โดยเมืองดังกล่าวเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในภูมิภาคโดเนตสก์ ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน และมีอาณาเขตติดกับส่วนที่รัสเซียยึดครอง
ขณะที่ ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า นาย เยฟกินี พริโกซิน ผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์กรุ๊ป ได้เดินทางถึงเบลารุส ตามข้อตกลงลี้ภัย หลังยุติแผนการบุกกรุงมอสโก ของรัสเซีย
“ปูติน” ลั่น แกนนำกบฏแวกเนอร์ ต้องถูกลงโทษ
โดยมีรายงานว่าเครื่องบินของนายพริโกซิน ออกเดินทางจากลานบินรอสตอฟและร่อนลงอดที่ฐานทัพอากาศเบลารุสมาชูลิชชี (Machulishchy Air Force Base) ทางใต้ของกรุงมินสค์
โดย ประธานาธิบดี ลูคาเชนโก เชื่อว่าการรับแกนนำกลุ่มแวกเนอร์เข้ามาลี้ภัยในประเทศจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีสำหัรบกองทัพเบลารุสที่จะได้เรียนรู้ประสบการณ์สู้รบในยูเครนหรือสมรภูมิอื่นๆจากบุคคลเหล่านี้
อย่างไรก็ตามตามยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าขณะนี้ นาย พริโกซิน อยู่ที่ไหนในเบลารุส และมีหล่าทหารรับจ้างจำนวนกี่คนที่เดินทางไปร่วมกับพริโกชิน และพริโกชินจะอยู่ในเบลารุสเป็นเวลานานแค่ไหน
ขณะที่นาย ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ได้ตอบโต้ความเห็นของนักการเมืองชาติตะวันตกที่มองว่าการก่อกบฎของกลุ่มแวกเนอร์ได้สะท้อนความไม่มั่นคงในอำนาจของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน
โดย นาย เพสคอฟ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงเอกภาพของสังคมรัสเซียที่พร้อมหนุน ประธานาธิบดี ปูติน ในยามที่เกิดสถานการณ์ร้ายแรง ซึ่งในขณะนี้การสนับสนุนที่ผู้นำรัสเซียได้รับจากประชาชนอยู่ในระดับสูงมาก
ส่วนนาย เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ นาโต เชื่อว่าเหตุความวุ่นวายในรัสเซียที่เกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นว่าสงครามในยูเครนทำให้เกิดความแตกแยกในรัสเซียเอง
อย่างไรก็ตาม สโตลเทนเบิร์ก เตือนว่าไม่ควรประเมินศักยภาพของรัสเซียต่ำเกินไปและขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผลกระทบจากการที่ทหารในสังกัดแวกเนอร์เดินทางไปที่เบลารุส แต่ยืนยันว่านาโตพร้อมป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม
โดยการเดินทางไปลี้ภัยในเบลารุสของกลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศสมาชิกนาโตลางส่วน โดยเฉพาะโปแลนด์ ลัตเวีย และ เอสโตเนีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเบลารุส
โดยผู้นำของทั้ง 3 ประเทศ เนียกร้องให้นาโต เสริมกำลังเพื่อรักษาความมั่นคงในด้านตะวันออก เพื่อรับมือกับกลุ่มแวกเนอร์ที่อาจตั้งฐานทัพในเบลารุสและมีศักยภาพเคลื่อนกำลังได้อย่างรวดเร็ว ดังเช่นที่เคลื่อนกำลังได้หลายร้อยกิโลเมตรภายในไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างความพยายามบุกกรุงมอสโก