นักดาราศาสตร์ค้นพบ “ดาวเคราะห์ที่ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่ได้”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์ “ฮัลลา” ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ “ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่ได้” เพราะอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มาก แต่กลับไม่ถูกดูดกลืนไป

นักดาราศาสตร์รายงานการค้นพบ “ดาวเคราะห์ที่ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่ได้” เนื่องจากอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์มาก แต่กลับไม่ถูกกลืนกินเข้าไป

ดาวเคราะห์ดังกล่าวเป็นดาวแก๊สยักษ์ (Gas giant) คล้ายดาวพฤหัสบดี มีชื่อทางการว่า 8 UMi b ส่วนชื่อเล่นง่าย ๆ ที่ใช้เรียกกันคือ “ฮัลลา” (Halla) ซึ่งนักดาราศาสตร์ชาวเกาหลีใต้ผู้ค้นพบตั้งตามชื่อภูเขาฮัลลาซาน ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ที่เชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้ ฝนถล่ม! 43 จังหวัด เหนือ-ตะวันออก-ใต้ รับมือฝนตกหนัก

 

 

ดาวเคราะห์ฮัลลาอยู่ห่างจากโลกประมาณ 520 ปีแสง อยู่ในกลุ่มดาวหมีเล็ก มันโคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ที่ชื่อว่า “เพ็กตู” ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรา

ฮัลลาโคจรรอบเพ็กตูที่ระยะห่างประมาณครึ่งหนึ่งระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ คือราว 0.46 AU หรือ (68.8 ล้านกิโลเมตร) โดยมันถูกจัดให้เป็น “ดาวพฤหัสบดีร้อน” ซึ่งเป็นการจัดประเภทดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดีแต่มีอุณหภูมิสูงกว่า โดยพิจารณาจากระยะห่างการโคจรรอบดาวฤกษ์ว่าใกล้ชิดเพียงใด

นักดาราศาสตร์ตรวจพบ “โมเลกุลคาร์บอนที่สำคัญ” ในอวกาศได้เป็นครั้งแรก

นักดาราศาสตร์พบว่า ก่อนหน้านี้ ดาวฤกษ์เพ็กตูได้เกิดการเปลี่ยนผ่าน ขยายจัวกลายเป็นดาวยักษ์แดง (Red Giant) ซึ่งโดยทั่วไป ในรการขยายตัว จะกลืนดาวเคราะห์บางดวงที่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ตัวมันเข้าไปด้วย แต่ที่น่าแปลกคือ ฮัลลากลับรอดมาจากการถูกดูดกลืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ดร.แดน ฮูเบอร์ จากสภาวิจัยแห่งออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยซิดนีย์และสถาบันดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาวาย หนึ่งในทีมผู้ค้นพบ กล่าวว่า “ปกติแล้วการกลืนกินของดาวฤกษ์จะส่งผลร้ายแรงต่อดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ใกล้เคียง การที่ฮัลลาสามารถอยู่รอดได้ในบริเวณใกล้เคียงกับดาวยักษ์ของมัน จึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง”

เขาเสริมว่า “เมื่อเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่แกนกลางหมดลง ดาวฤกษ์จะพองตัวขึ้นเป็น 1.5 เท่าของระยะทางโคจรของดาวเคราะห์ฮัลลาในปัจจุบัน ซึ่งจะกลืนกินมันทั้งหมดในกระบวนการนี้ ก่อนที่สุดท้ายดาวฤกษ์จะลดขนาดลงเป็นขนาดปัจจุบัน”

คาดว่าดวงอาทิตย์ของเราจะสิ้นสุดอายุขัยในอีก 5 พันล้านปีข้างหน้า ซึ่งจะขยายเป็น 100 เท่าของขนาดปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะกลืนกินและทำลายล้างโลกและดาวเคราะห์อื่น ๆ ในระบบสุริยะ

แม้ว่าระบบสุริยะของเราจะมีดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว แต่ดาวฤกษ์หลายดวงในเอกภพก็มีอยู่นับอนันต์ นักดาราศาสตร์ยังคงสำรวจว่า ดาวเคราะห์ก่อตัวอย่างไรรอบระบบดาวคู่เหล่านี้ และชะตากรรมของดาวเคราะห์เหล่านั้นเป็นเช่นไร เพื่อประเมินอนาคตอันไกลของโลก

ขณะนี้ นักดาราศาสตร์กำลังพยายามพิจารณาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ดาวเคราะห์ดวงนี้จะสามารถต้านทานเหตุการณ์ถูกดาวฤกษ์กลืนกินได้ แต่ฮุเบอร์กล่าวว่า “เราไม่คิดว่าฮัลลาจะรอดจากการถูกดูดกลืนโดยดาวยักษ์แดงที่กำลังขยายตัว”

ในขณะเดียวกัน มีความเป็นไปได้ว่า ดาวฮัลลาไม่เคยเผชิญกับอันตรายใด ๆ เลยตั้งแต่แรก

ทิม เบดดิง นักดาราศาสตร์และศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “ระบบนี้น่าจะคล้ายกับดาวเคราะห์ ทาทีน (Tatooine) ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์สองดวง”

เขาบอกว่า “หากเดิมทีระบบดาวฤกษ์เพ็กตูประกอบด้วยดาวฤกษ์สองดวง การควบรวมของพวกมันอาจป้องกันไม่ให้ดาวดวงใดดวงหนึ่งขยายตัวมากพอที่จะกลืนดาวเคราะห์ไปได้ และในสถานการณ์เช่นนี้ ดาวฤกษ์จะกลืนกินกันเอง”

ความเป็นไปได้อีกอย่างคือ ฮัลลาเป็นดาวเคราะห์ที่เพิ่งเกิดใหม่จากเมฆก๊าซ ซึ่งเกิดจากการชนกันอย่างรุนแรงระหว่างดาวฤกษ์สองดวง ทำให้มันเป็นดาวเคราะห์รุ่นที่สองที่เกิดขึ้นในระบบ

 

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก AFP

คอนเทนต์แนะนำ
โรงเรียนสังกัด กทม. ปลดล็อกไม่ต้องใส่ "ชุดนักเรียน" ไว้ผมทรงอิสระ
โชว์ดอกเบี้ยเงินฝากใบบัญชี ได้เท่านี้… มีเงินต้นเท่าไหร่ ?

แบบทดสอบเช็กความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ฟรี! รู้ก่อนรักษาก่อนมีโอกาสหายได้!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ