“ซากดาวที่กำลังจะตาย” ภาพใหม่สุดอลังจากกล้อง “เจมส์ เว็บบ์”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ เผยแพร่ภาพใหม่ กุญแจไขความลับการเกิด “เนบิวลาวงแหวน”

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) ขององค์การนาซา เผยภาพใหม่อีกครั้ง โดยเป็นภาพ “เนบิวลาวงแหวน” (Ring Nebula) หนึ่งในเนบิวลาดาวเคราะห์ (Planetary Nebula) ที่โด่งดังที่สุด โดยภาพเนบิวลาวงแหวนนี้กำลังแสดงโครงสร้างที่ซับซ้อนในวาระสุดท้ายของดาวฤกษ์ที่กำลังจะตาย

โรเจอร์ เวสสัน จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะนี้ของวงจรชีวิตดาวฤกษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย์ และการสังเกตการณ์ของเว็บบ์ทำให้นักดาราศาสตร์ได้รับข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับการก่อตัวและวิวัฒนาการของวัตถุเหล่านี้

คอนเทนต์แนะนำ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
เปิดประวัติ "เศรษฐา ทวีสิน" เจ้าพ่ออสังหาหมื่นล้าน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30
เลือกตั้ง 2566 : นโยบายพรรคเพื่อไทย “ชูบริหารเศรษฐกิจ” ตีจุดอ่อนรัฐบาล “บิ๊กตู่”

 

“เนบิวลาดาวเคราะห์เคยถูกมองว่าเป็นวัตถุทรงกลมที่เรียบง่ายและมีดาวฤกษ์ที่กำลังจะตายอยู่ตรงกลาง พวกมันได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ตามลักษณะที่ดูเหมือนดาวเคราะห์เมื่อมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก” เวสสันกล่าว

เขาบอกว่า เมื่อไม่กี่พันปีก่อน ดาวดวงนั้นที่อยู่ตรงกลางยังเป็นดาวยักษ์แดงที่สูญเสียมวลส่วนใหญ่ไป และเพื่อเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย แกนกลางที่ร้อนจะแตกตัวเป็นไอออนหรือร้อนขึ้น ทำให้มีการขับก๊าซออกมา เกิดเป็นปฏิกิริยาที่ทำให้เนบิวลาเปล่งแสงหลากสีสัน

เวสสันเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม การสังเกตการณ์ในยุคสมัยใหม่แสดงให้เห็นว่า เนบิวลาดาวเคราะห์ส่วนใหญ่มีความซับซ้อนอย่างน่าทึ่ง ทำให้เกิดคำถามว่า ดาวฤกษ์ทรงกลมสร้างโครงสร้างที่ไม่ใช่ทรงกลมที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้อย่างไร”

เขาบอกว่า เนบิวลาวงแหวนเป็นเป้าหมายในอุดมคติที่จะไขปริศนาบางส่วนของเนบิวลาดาวเคราะห์ และเทคโนโลยีของกล้อง เจมส์ เว็บบ์ มีส่วนช่วยในการศึกษาของพวกเขาอย่างมาก

“เมื่อเราเห็นภาพครั้งแรก เราก็ตกตะลึงกับจำนวนรายละเอียดในภาพเหล่านั้น วงแหวนสว่างที่เป็นที่มาของชื่อเนบิวลานั้นประกอบด้วยกลุ่มก๊าซไฮโดรเจนโมเลกุลหนาแน่นประมาณ 20,000 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีมวลพอ ๆ กับโลก ภายในวงแหวนยังมีแถบแคบ ๆ ของการแผ่รังสีจากโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนหรือ PAHs ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ซับซ้อน ซึ่งมีคาร์บอนที่เราไม่คาดว่าจะก่อตัวในเนบิวลาวงแหวน ภายนอกวงแหวนสว่าง” เวสสันกล่าว

เขาเสริมว่า “เรายังเห็น ‘เดือย’ ที่น่าสงสัย ซึ่งชี้โดยตรงออกมาจากดาวฤกษ์ใจกลาง ซึ่งโดดเด่นในช่วงแสงอินฟราเรด แต่มองเห็นได้เพียงเล็กน้อยจากภาพถ่ายของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพราะมีโมเลกุลก่อตัวขึ้นในเงามืดของส่วนที่หนาแน่นที่สุดของวงแหวน ทำให้พวกมันได้รับการป้องกัน ไม่ให้โดนการแผ่รังสีที่รุนแรงโดยตรงจากดาวฤกษ์ที่ใจกลาง”

เวสสันยังบอกว่า ลักษณะวงแหวนของเนบิวลาวงแหวนยังบ่งชี้ว่า มันน่าจะต้องมีดาวข้างเคียง (Companion Star) อยู่ในระบบอีกดวง ซึ่งโคจรอยู่ห่างจากดาวฤกษ์ใจกลางมากในระยะพอ ๆ กับที่ดาวพลูโตโคจรห่างจากดวงอาทิตย์ของเรา

“ในขณะที่ดาวที่กำลังจะตายกำลังสลัดชั้นบรรยากาศของมันไป อิทธิพลของดาวข้างเคียงก็เป็นตัวกำหนดรูปร่างของเนบิวลาขึ้นมา ไม่มีกล้องโทรทรรศน์รุ่นใดก่อนหน้านี้ที่มีความไวและความละเอียดเชิงพื้นที่ในการเปิดเผยผลกระทบอันละเอียดอ่อนนี้” เวสสันกล่าว

เขาเสริมว่า “ดาวฤกษ์ทรงกลมก่อตัวเป็นเนบิวลาที่มีโครงสร้างและซับซ้อนเช่นเนบิวลาวงแหวนได้อย่างไร ความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ จากสหายดาวข้างเคียงอาจเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบนั้น”

 

เรียบเรียงจาก NASA

ภาพจาก NASA

คอนเทนต์แนะนำ
ฝากศิลปะไว้กับดวงจันทร์ ข้อความถึงชนรุ่นหลังหากโลกล่มสลาย
มาเป็นคู่! นาซาเปิดภาพดาวฤกษ์อายุน้อยคู่หนึ่งจาก “เจมส์ เว็บบ์”
หายนะสภาพอากาศโลก! ระบบ “กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม” อาจล่มสลายในปี 2025

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ