วันนี้ (30 ส.ค.) นายทหารอาวุโสกลุ่มหนึ่งของประเทศกาบอง ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกากลาง ปรากฏตัวทางโทรทัศน์แห่งชาติ และประกาศว่า พวกเขาได้ยึดอำนาจจากประธานาธิบดี อาลี บองโก ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว โดยอ้างว่า การเลือกตั้งที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ขาดความน่าเชื่อถือ
พวกเขาประกาศตนว่าเป็นสมาชิกของ “คณะกรรมการแห่งการเปลี่ยนแปลงและการฟื้นฟูสถาบัน” โดยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งอ่านคำแถลง และมีนายทหารอีกประมาณ 10 นายในเครื่องแบบยืนอยู่ข้างหลัง
คณะกรรมการฯ ประกาศให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ สั่งปิดพรมแดนประเทศทั้งหมดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และยุบสถาบันต่าง ๆ ของรัฐ ได้แก่ รัฐบาล วุฒิสภา รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานการเลือกตั้ง
“ในนามของชาวกาบอง เราได้ตัดสินใจที่จะปกป้องสันติภาพด้วยการยุติระบอบการปกครองในปัจจุบัน” คณะยึดอำนาจระบุ
นักข่าวรอยเตอร์รายรายงานว่า หลังการประกาศทางโทรทัศน์ดังกล่าว ก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นในลีเบรอวิลล์ เมืองหลวงของกาบอง
ทั้งนี้ อาลี บองโก ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของกาบอง เพิ่งชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ด้วยคะแนนเสียง 64.27% โดยก่อนหน้านี้เกิดปัญหาและข้อพิรุธหลายอย่างในการเลือกตั้ง เป็นเหตุให้ฝ่ายค้านออกมาประณามว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น
การลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี รัฐสภา และสภานิติบัญญัติของกาบอง มีขึ้นเมื่อวันเสาร์ (26 ส.ค.) โดยมีข้อพิรุธเกิดขึ้นหลายอย่างหลังการเลือกตั้ง เช่น ไม่มีผู้สังเกตการณ์ การระงับการออกอากาศสื่อต่างประเทศบางรายการ และการตัดสินใจของทางการที่จะตัดบริการอินเทอร์เน็ตและกำหนดเคอร์ฟิวในเวลากลางคืนทั่วประเทศ เหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
นี่นับเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 8 แล้วในรอบ 3 ปีของประเทศในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดรัฐประหารในมาลี กินี บูร์กินาฟาโซ ชาด และล่าสุดคือไนเจอร์ ซึ่งล้วนบ่อนทำลายความก้าวหน้าของประชาธิปไตยทั้งสิ้น
เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian
ภาพจาก AFP PHOTO / GABON 24