ยูเครนหวังลุยกลับรัสเซีย จนถึงพื้นที่รอยต่อไครเมีย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การรุกกลับของยูเครนที่เริ่มยึดคืนพื้นที่ได้มากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ยูเครนมองเห็นโอกาสที่จะเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคไครเมีย

ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุว่า การยึดหมู่บ้านโรโบทีเนย์ (Robotyne) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคซาโปริสเซียwfhเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะเป็นการเปิดทางให้ทหารยูเครนเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าสู่คาบสมุทรไครเมีย ทางภาคใต้ของประเทศได้มากขึ้น โดยหมู่บ้านโรโบทีเนย์ เป็นแนวตั้งรับของกองทัพรัสเซียจุดแรกที่ยูเครนประกาศว่าสามารถบุกยึดได้สำเร็จ

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้ ไทยเผชิญมรสุมกำลังแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก!
ลิงก์ดูสดวอลเลย์บอลหญิง ! ชิงแชมป์เอเชีย AVC 2023 วันที่ 31 ส.ค. 66
เปิดประวัติ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ.คนที่ 43

 

คูเลบาเชื่อว่าการจัดตั้งฐานที่มั่นในหมู่บ้านแห่งนี้ได้สำเร็จ จะเป็นการสนับสนุนการรุกคืบไปยังเมืองอีก 2 เมืองสำคัญด้านการส่งกำลังบำรุงของรัสเซียคือ “ท็อกมัก” (Tokmak) และ เมือง “เมลิโทปอล” (Melitopol) ตลอดไปจนถึงแนวรอยต่อกับภูมิภาคไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกเป็นดินแดนของตัวเองตั้งแต่ปี 2014

โดยยูเครนพยายามตัดแนวเส้นทางขนส่งทางบกที่เชื่อมต่อกับภูมิภาคไครเมีย ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ ดินแดนทางภาคใต้ของยูเครนที่รัสเซียยึดครองอยู่จะถูกตัดขาดออกจากกัน และ ทำให้รัสเซียเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการบริหารระบบจัดส่งกำลังบำรุง

อย่างไรก็ตาม คูเลบายอมรับว่าปฏิบัติการรุกกลับยังทำได้อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะทุ่นระเบิดที่รัสเซียวางไว้ ซึ่งในการบุกยึดหมู่บ้านโรโบทีเนย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทหารยูเครนต้องเคลื่อนที่ด้วยการคลานต่ำเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรผ่านแนวทุ่นระเบิด

ขณะที่กองทัพรัสเซียยังคงระดมโจมตีใส่กรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธเช่นกัน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายการทหารของรัฐบาลยูเครนกล่าวว่า การโจมตีครั้งล่าสุดของรัสเซียต่อกรุงเคียฟ คือครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิปีนี้ แม้ว่าระบบป้องกันตนเองทางอากาศของยูเครนสามารถยิงโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียตกลงมามากกว่า 20 ลำแล้วก็ตาม

สำหรับการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุโดรนโจมตีสนามบินในเมืองพิสคอฟของรัสเซีย ซึ่งทำให้เครื่องบินขนส่งได้รับความเสียหาย 4 ลำ

ขณะที่ “โกลบอล วิทเนส” (Global Witness) ซึ่งเป็นองค์กรติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยรายงานที่พบว่าสหภาพยุโรปยังคงซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียเพิ่มมากขึ้นทั้งที่เคยประกาศจะลดการนำเข้าเพื่อตอบโต้รัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานยูเครนตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้ว

โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้พบว่าสหภาพยุโรปนำเข้ากาซธรรมชาติเหลวจากรัสเซีย 21.6 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปริมาณการนำเข้าของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 21.3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่หากเทียบกับปี 2021 พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 39.5 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ยังพบว่าประเทศที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซีย 5 อันดับแรก มีประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรวมอยู่ด้วยถึง 3 ประเทศคือ สเปน เบลเยียม และ ฝรั่งเศส ส่วนประเทศที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียมากที่สุดคือจีน

คอนเทนต์แนะนำ
ส่อเค้าตึงเครียด! สหรัฐฯ อนุมัติความช่วยเหลือทางทหารให้ไต้หวันครั้งแรก
“ปูติน” ไม่เข้าร่วม พิธีฝังศพ “เยฟกินี พริโกซิน” หัวหน้าแวกเนอร์
ข่าวกรองอังกฤษอ้าง รัสเซียทหาร-อาวุธเหลือน้อย ต้องงดซ้อมรบใหญ่

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ