ไร้สัญญาณ! รัสเซียกลับเข้าข้อตกลงขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รัสเซียยังไม่เปลี่ยนท่าที หลังจากตัดสินใจไม่ต่ออายุข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะมีการเรียกร้องจากหลายประเทศ

เมื่อวานนี้ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกีมีกำหนดการหารือแบบทวีภาคีที่เมืองโซชิ เมืองชายฝั่งบนแคว้นคราสโนดาร์ทางภาคตะวันตกของรัสเซีย

หนึ่งในวาระสำคัญของการหารือร่วมครั้งนี้ คือความเป็นไปได้ที่รัสเซียกลับเข้าร่วมข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำ หรือ Black Sea Grain deal การประชุมครั้งนี้ดำเนินไปท่ามกลางความพยายามที่จะรื้อฟื้นข้อตกลงดังกล่าวกลับขึ้นมาอีกครั้ง

รัสเซีย สกัดโดรนยูเครนตก 3 ลำ กลางกรุงมอสโก

รัสเซียชี้สหรัฐมัดมือยูเครน "ห้ามหยุดยิง" ทำให้สงครามยืดเยื้อ

"รัสเซีย" เตรียมเสริมกำลังพลทำสงคราม หลังเพิ่มเพดานอายุเกณฑ์ทหาร

ที่ผ่านมาตุรกีเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้รัสเซียกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งธัญพืชบริเวณท่าเรือทะเลดำของยูเครน

อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้นำรัสเซียและผู้นำตุรกีพูดคุยกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ปรากฏว่ายังไม่มีสัญญาณบวกว่ารัสเซียจะกลับเข้าสู่ข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชแต่อย่างใด ในการแถลงข่าวหลังหารือร่วมกัน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ออกมาเน้นย้ำจุดยืนเดิม ซึ่งเป็นท่าทีที่มีมานับตั้งแต่ตัดสินใจประกาศยุติข้อตกลงว่ารัสเซียพร้อมจะกลับเข้าสู่ข้อตกลงทันที หากชาติตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรสินค้าเกษตรของรัสเซีย นั่นก็คือสินค้าจำพวกธัญพืชและปุ๋ย

ส่วนอีกเงื่อนไขหนึ่งที่รัสเซียเคยระบุไว้คือ ชาติตะวันตกต้องเชื่อมธนาคารการเกษตรของรัสเซียเข้ากับระบบ SWIFT ซึ่งเป็นระบบทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศอีกครั้ง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังอ้างว่า รัสเซียถูกบีบให้ต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากข้อตกลง เนื่องจากชาติตะวันตกไม่ยอมยกเลิกมาตรการปิดกั้นการส่งออกสินค้าเหล่านี้จากรัสเซีย และการถอนตัวของรัสเซียออกจากข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืช ไม่ได้ส่งผลให้เกิดวิกฤตอาหารโลก จนถึงขั้นขาดแคลนจากการปิดเส้นทางส่งออกธัญพืชอย่างที่ชาติตะวันตกกล่าวหา

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีแอร์โดอานได้ออกมาเปิดเผยผ่านการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีปูตินว่า ตุรกีเชื่อว่าการเจรจาจะคืบหน้าและสามารถรื้อฟื้นข้อตกลงร่วมกับทุกฝ่ายกลับขึ้นมาใหม่ได้ในอนาคตอันใกล้ ตุรกีและสหประชาชาติ ซึ่งเป็นสองตัวกลางที่ช่วยให้รัสเซียและยูเครนบรรลุการเจรจาข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชครั้งก่อนเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ได้รวบรวมจัดทำข้อเสนอใหม่เพื่อรองรับการเจรจาในอนาคตแล้ว พร้อมยังระบุว่า ยูเครนอาจต้องอ่อนท่าทีลงเพื่อให้สามารถเจรจาร่วมกับรัสเซียได้

หลังการแถลงของผู้นำรัสเซียและผู้นำตุรกีดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศยูเครนก็ได้ออกมากล่าวว่า ยูเครนจะไม่เปลี่ยนท่าทีในการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว

เดิมที ข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำเป็นข้อตกลงระหว่างยูเครน รัสเซีย ตุรกี และองค์การสหประชาชาติ มีจุดประสงค์เพื่อเปิดเส้นทางให้เรือขนส่งสินค้าสามารถเดินเรือผ่านเข้าออกบริเวณท่าเรือทะเลดำได้อย่างปลอดภัย และสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและธัญพืชต่างๆ ออกไปสู่ตลาดโลกได้ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินไปอยู่ อย่างไรก็ตาม

การที่รัสเซียประกาศไม่ต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ยูเครน ซึ่งใช้ท่าเรือบริเวณทะเลดำเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกธัญพืชไปสู่ตลาดโลกต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นๆ แทน เช่น เส้นทางผ่านท่าเรือบนแม่น้ำดานูบที่มีปริมาณการขนส่งที่จำกัดกว่าท่าเรือทะเลดำ นั่นทำให้หลายฝ่ายต้องการให้ข้อตกลงได้รับรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลถึงวิกฤตอาหารในระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

อย่างไรก็ดี หลังจากรัสเซียประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งธัญพืชเมื่อเดือนกรกฎาคม อีกปรากฏการณ์ที่ตามมาคือ เกิดการโจมตีทางอากาศหลายระลอกที่ท่าเรือทะเลดำและท่าเรือบนแม่น้ำดานูบของยูเครน จนพื้นที่บริเวณทะเลดำกลายเป็นอีกหนึ่งจุดปะทะสำคัญอีกจุดหนึ่งของสงครามยูเครน และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด การส่งโดรนโจมตีท่าเรือบริเวณแม่น้ำดานูบโดยรัสเซียเมื่อวานนี้นำไปสู่การถกเถียงว่าแล้วว่าละเมิดพรมแดนนาโตหรือไม่ โดยการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นที่ท่าเรืออิซมาอิล หนึ่งในท่าเรือบริเวณแม่น้ำดานูบของยูเครนก่อนการหารือร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีแอร์โดอานจะเริ่มต้นขึ้นนั้น ได้นำไปสู่ข้อถกเถียงระหว่างยูเครนและโรมาเนียแล้ว ว่าโดรนที่รัสเซียร่อนมาโจมตีท่าเรือบริเวณแม่น้ำดานูบนั้นตกลงในเขตพรมแดนของโรมาเนียหรือไม่

ด้าน ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนได้ออกมายืนยันหลังท่าเรืออิซมาอิลถูกโจมตีแล้วว่า มีโดรนของรัสเซียเข้าไปยังพรมแดนของโรมาเนีย โดยที่ทางรัฐบาลยูเครนมีหลักฐานภาพถ่าย รัฐมนตรีการต่างประเทศยูเครนยังระบุอีกด้วยว่า มีชาติพันธมิตรบางชาติพยายามจะปฏิเสธว่าไม่เคยมีการโจมตีเกิดขึ้นบริเวณพรมแดนนาโต เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันในความขัดแย้งโดยตรง  

อย่างไรก็ตาม ลูมินิตา โอโดเบสคู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโรมาเนีย ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศยูเครนแล้วว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เลยมาถึงพรมแดนโรมาเนีย พร้อมระบุว่าโรมาเนียเข้าใจถึงความเสี่ยงว่ามีโอกาสที่กรณีเช่นนั้นจะเกิดขึ้น เนื่องจากท่าเรืออิซมาอิลมีที่ตั้งใกล้กับพรมแดนโรมาเนียมาก และช่วงที่ผ่านมารัสเซียใช้วิธีการโจมตีทางอากาศใส่ท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อไม่ให้ยูเครนสามารถส่งออกธัญพืชได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่าเรือบริเวณแม่น้ำดานูบของยูเครนถูกโจมตีด้วยโดรน อย่างไรก็ตาม หากคำกล่าวของรัฐมนตรีการต่างประเทศยูเครนเป็นจริง นี่ถือเป็นความสุ่มเสี่ยงอย่างมากเพราะโรมาเนียมีสถานะเป็นชาติสมาชิกนาโต และอาจเถือป็นครั้งแรกที่รัสเซียโจมตีเข้าไปยังพรมแดนนาโต ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือตั้งใจก็ตาม

ทั้งนี้ บีบีซีเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบเหตุการณ์โจมตีผ่านภาพถ่ายและวิดีโอที่ออกมาทางโซเชียลมีเดีย ยังไม่สามารถยืนยันคำกล่าวของยูเครนได้ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่า ภาพการระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะโดรนร่อนเข้าโจมตี หรือระเบิดด้วยสาเหตุอื่น ขณะเดียวกัน หลังจากที่หารือร่วมกับประธานาธิบดีตุรกีเสร็จสิ้นไปแล้ว ผู้นำรัสเซียยังเดินหน้าต้อนรับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด มีรายงานออกว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือมีกำหนดหารือร่วมกับผู้นำรัสเซียเพื่อเจรจาการสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่างกัน

สำนักข่าว เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานโดยอ้างอิงการเปิดเผยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือมีกำหนดการเดินทางไปเยือนรัสเซีย เพื่อพบกับประธานาธิบดีปูติน ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เมืองท่าทางตะวันออกของรัสเซีย จุดประสงค์ในการเดินทางไปพบประธานาธิบดีปูตินคือ เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมให้กับรัสเซียรวมไปถึงความร่วมมือทางทหารอื่นๆ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุกับเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ว่า อาวุธที่ประธานาธิบดีรัสเซียต้องการจากเกาหลีเหนือคือ กระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ขณะที่ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือหวังว่าจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีดาวเทียม และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากรัสเซียนอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังต้องการความช่วยเหลือทางด้านอาหารจากรัสเซียเช่นกัน

ส่วนวันเวลาที่คาดว่าการพบและหารือเรื่องอาวุธอาจเกิดขึ้นคือ ระหว่างการประชุม Eastern Economic Forum ในวันที่ 10-13 กันยายนที่กำลังจะถึงนี้ที่เมืองวลาดิวอสต็อก ซึ่งสองผู้นำมีกำหนดการเข้าร่วม นี่ถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศที่ไม่บ่อยนักของผู้นำเกาหลีเหนือ โดยคาดว่าผู้นำคิมจะเดินทางไปยังรัสเซียด้วยรถไฟกันกระสุนจากกรุงเปียยาง อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณของระดับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือออกมาก่อนหน้านี้แล้ว

จอห์น เคอร์บี โฆษกประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่าการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือด้านอาวุธร่วมกันของรัสเซียและเกาหลีเหนือมีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่รัสเซียทำสงครามบุกยูเครน เกาหลีเหนือถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ส่งอาวุธช่วยเหลือรัสเซีย โดยมีรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีได้ส่งจรวดประทับบ่าให้แก่รัสเซียส่วนอีกประเทศที่สนับสนุนด้านอาวุธให้แก่รัสเซียคืออิหร่าน โดยอาวุธที่อิหร่านส่งให้รัสเซียคือโดรนและปืนใหญ่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเช่นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายเหลือชาติพันธมิตรไม่มากนัก และมีศัตรูร่วมกันคือ สหรัฐฯ

อันเดรย์ ลันคอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือระบุว่า การพบปะกันระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและรัสเซียครั้งนี้อาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณที่รัสเซียพยายามส่งไปยังสหรัฐฯ นั่นก็คือ รัสเซียสามารถใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีเหนือเพื่อต่อรองกับสหรัฐฯ ในกรณียูเครนได้เช่นกัน
 

ประกาศฉบับที่ 19 “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เตือน! พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

วอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ เวียดนาม 3-1 เซต ลิ่วดวล ญี่ปุ่น ศึกชิงแชมป์เอเชีย AVC 2023

“กรดยูริก” สะสมในเลือดสูงกระตุ้นโรคเกาต์ พบได้ที่ไหนบ้าง?

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

สโลวีเนีย

VS

เซอร์เบีย

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ