นักวิทย์พบ “ฟองกาแล็กซี” คาดเป็นฟอสซิลที่เหลือจาก “บิ๊กแบง”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โลกดาราศาสตร์ตื่นเต้น นักวิทย์พบ “ฟองกาแล็กซี” โครงสร้างจักรวาลขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นฟอสซิลที่เหลือจาก “บิ๊กแบง”

ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติรายงานการค้นพบครั้งใหม่ ที่อาจพลิกโฉมความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาทั้งหมด นั่นคือการค้นพบ “ฟองกาแล็กซี” (Bubble of Galaxies) ก้อนแรก ซึ่งเป็นโครงสร้างจักรวาลขนาดมหึมาเกินจินตนาการซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหนึ่งพันล้านปีแสง และเชื่อกันว่าเป็นซากฟอสซิลที่เหลือหลังจาก “บิ๊กแบง” (Big Bang) หรือการระเบิดครั้งใหญ่ที่ทำให้จักรวาลถือกำเนิดขึ้นมา

นักวิทย์พัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ เพื่อให้ดำรงชีวิตบนดวงจันทร์ได้

“จันทรายาน-3” ยานสำรวจดวงจันทร์ที่ทำให้ความฝันของอินเดียเป็นจริง

“ขั้วใต้ของดวงจันทร์” มีอะไร? ทำไมชาติมหาอำนาจต้องส่งยานไปสำรวจ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบระบุว่า ฟองอวกาศนี้มีขนาดกว้างกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่ถึง 10,000 เท่า

คัลแลน ฮาวเล็ตต์ จากคณะคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ หนึ่งในทีมผู้คนพบ กล่าวว่า “ฟองมหัศจรรย์นี้เป็นฟอสซิลจากช่วงเวลาบิ๊กแบงเมื่อ 1.3 หมื่นล้านปีก่อน ตอนที่เอกภพถือกำเนิดขึ้น ... เราไม่ได้มองหามันด้วยซ้ำ แต่โครงสร้างนี้มีขนาดใหญ่มากจนล้นไปจนถึงขอบท้องฟ้าที่เรากำลังวิเคราะห์”

เขาเสริมว่า “มันบดบังโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดหลายแห่งที่เรารู้จัก เช่น กำแพงกาแล็กซีสโลนเกรตวอลล์ และกระจุกดาราจักรบูตส์ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฟองนี้ ... สิ่งที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ มันอยู่หลังบ้านเรานี่เอง”

ฟองกาแล็กซีนี้มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากกาแล็กซีของเราประมาณ 820 ล้านปีแสง ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามาก

ฮาวเลตต์กล่าวว่า การค้นพบนี้ให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอัตราการขยายตัวของเอกภพ และการค้นพบนี้สามารถปฏิวัติจักรวาลวิทยาได้

“การวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่า เนื่องจากฟองนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้ จักรวาลจึงน่าจะขยายตัวเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ... ตอนนี้เราเข้าใกล้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการศึกษาสาขาจักรวาลวิทยาอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งแบบจำลองทั้งหมดของจักรวาลอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่” ฮาวเล็ตต์กล่าว

การค้นพบนี้ยังยืนยันปรากฏการณ์ที่ถูกเสนอครั้งแรกเมื่อปี 1970 โดย จิม พีเบิลส์ นักจักรวาลวิทยาชาวแคนาดา-อเมริกัน และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ซึ่งตั้งทฤษฎีว่า ในเอกภพยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งตอนนั้นมีลักษณะเป็นพลาสมาร้อน การปั่นป่วนของแรงโน้มถ่วงและการแผ่รังสีทำให้เกิดคลื่นเสียงที่เรียกว่า “แบริออนอะคูสติกออสซิลเลชัน” (BAO)

เมื่อคลื่นเสียงกระเพื่อมผ่านพลาสมา พวกมันก็สร้างฟองอากาศขึ้นมา กระทั่งประมาณ 380,000 ปีหลังจากบิ๊กแบง กระบวนการนี้หยุดลงเมื่อจักรวาลเย็นลง จากนั้นฟองที่เกิดจาก BAO ก็ใหญ่ขึ้นเมื่อเอกภพขยายตัว คล้ายกับซากฟอสซิลอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นหลังบิ๊กแบง

ก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์ตรวจพบสัญญาณของ BAO ในปี 2005 เมื่อดูข้อมูลจากกาแล็กซีใกล้เคียง นักวิจัยระบุว่า ฟองที่เพิ่งค้นพบนี้เป็นการสั่นแบบอะคูสติกแบริออนแบบเดี่ยว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบ

เบรนต์ ทัลลี นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย หนึ่งในทีมผู้คนพบ ตั้งชื่อฟองกาแล็กซีนี้ว่า “โฮโอเลลานา” (Ho'oleilana) ซึ่งเป็นภาษาฮาวายที่แปลว่า “เสียงของการตื่นขึ้น”

 

เรียบเรียงจาก Al Jazeera

ภาพจาก AFP PHOTO / HANDOUT / CEA

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ