“คิม จองอึน” เยือนกองเรือแปซิฟิกปิดท้ายก่อนกลับเปียงยาง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“คิม จองอึน” เยือนกองเรือแปซิฟิกปิดรัสเซีย ท้ายก่อนกลับเปียงยาง อาจกระทบสงครามในยูเครน-ความมั่นคงในเอเชีย

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการพบกันระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย กับ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คาดว่าหลังจากนี้จะมีความร่วมมือทางการทหารตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่รัสเซียจะถ่ายทอดเทคโนโลยีดาวเทียมให้เกาหลีเหนือ แลกกับการที่เกาหลีเหนือจะขายอาวุธให้กับรัสเซียเพื่อใช้ทำสงครามในยูเครน โดยการพบกันของผู้นำทั้งสองถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และสร้างความกังวลเป็นพิเศษให้กับหลายประเทศ

“ปูติน” ต้อนรับ“คิม” เยือนรัสเซีย คาดดีลอาวุธสู้ยูเครน แลกช่วยปล่อยดาวเทียม

สื่อญี่ปุ่นรายงาน “คิม จองอึน” ถึงรัสเซียแล้ว เตรียมพบ “ปูติน” บ่ายนี้

โดยเฉพาะสหรัฐฯ เพราะอาจหมายถึงการเปลี่ยนทิศทางของสงครามในยูเครน และโอกาสในการเผชิญหน้าทางการทหารในคาบสมุทรเกาหลีที่จะส่งผลสะเทือนต่อความมั่นคงในเอเชีย นี่คือภาพของคิม จองอึน ในขณะเยี่ยมชมฐานบัญชาการกองเรือแปซิฟิกของรัสเซียซึ่งตั้งอยู่ในเมืองวลาดิวอสต็อก เมืองท่าชายฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย

กองเรือแปซิฟิกคืออะไร และมีความสำคัญต่อรัสเซียอย่างไรกองเรือแปซิฟิกเป็นหนึ่งในกองเรือที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย จุดประสงค์ของกองเรือแห่งนี้คือเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ทางทะเลและรักษาอำนาจของรัสเซียบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก

 ที่นี่อาจไม่ทันสมัยเทียบเท่ากองเรือเหนือ (Northern Fleet) ที่ประจำอยู่บริเวณอาร์กติก แต่ก็เป็นที่ประจำการของเรือรบ 46 ลำ เรือดำน้ำ 26 ลำ โดยในจำนวนนี้มีเรือดำน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์รวมอยู่ด้วย

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กองเรือแปซิฟิกทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น กองทัพเรือรัสเซียเริ่มย้ายเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากกองเรืออื่นมาประจำการที่นี่และเคยใช้กองเรือแปซิฟิกซ้อมลาดตระเวนร่วมกับกองทัพเรือจีนบริเวณทะเลญี่ปุ่น ทะเลโอค็อตสค์ และมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองเรือแปซิฟิกได้จัดซ้อมรบครั้งใหญ่ใกล้บริเวณทะเลญี่ปุ่นเช่นกัน

 เบรนท์ แซดเลอร์ อดีตทหารเรือสหรัฐฯ และนักวิจัยด้านการรบทางทะเลจาก Heritage Foundation วิเคราะห์สาเหตุที่รัสเซียยกระดับท่าทีในตะวันออกไกลว่า เป็นไปเพื่อส่งสัญญาณบอกสหรัฐฯ และญี่ปุ่นว่าหากทั้งสองชาติยุ่งในสงครามยูเครน รัสเซียก็ทำแบบเดียวกันได้ในแปซิฟิก

นอกจากฐานบัญชาการกองเรือแปซิฟิกแล้ว ประธานาธิบดีปูตินยังได้พาคิม จองอึนไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องบินรบซุคอยที่เมืองอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากเมืองวลาดิวอสต็อกอีกด้วย

นี่คือการเปิดตัวของเกาหลีเหนือในฐานะผู้เล่นรายสำคัญรายใหม่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังปั่นป่วนจากทั้งสงครามในยูเครนและความตึงเครียดในอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรเกาหลีด้วย เมื่อคืนที่ผ่านมา หลายหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาเปิดแถลงข่าวแสดงความกังวล หลังปรากฎภาพการพบกันของประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียและผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิม จองอึน

เริ่มจาก จอห์น เคอร์บี โฆษกด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวที่ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังจับตามองความสัมพันธ์ของผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด สิ่งที่เกิดขึ้นน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจตามมาด้วยการที่เกาหลีเหนือมีความแข็งแกร่งขึ้น หากได้รับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีทางการทหารจากรัสเซีย

การคาดการณ์ว่ารัสเซียอาจมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการทหารให้กับเกาหลีเหนือเกิดจากภาพที่มีการเผยแพร่เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้เป็นภาพของประธานาธิบดีปูตินที่พาผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเยี่ยมชมวัสโตชนี คอสโมโดรม ศูนย์อวกาศสำคัญของรัสเซียในเมืองวัสโตชนี แคว้นอมูร์ในพื้นที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย

ก่อนตามมาด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า ผู้นำเกาหลีเหนือมีความสนใจในการพัฒนากิจการด้านอวกาศ และรัสเซียพร้อมที่จะช่วยเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะการสร้างดาวเทียมหลายฝ่ายคาดว่าหนึ่งในดาวเทียมที่เกาหลีเหนืออยากพัฒนาให้สำเร็จโดยเร็วคือ “ดาวเทียมสอดแนมทางทหารหมายเลข 1” เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและสอดแนมโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของเกาหลีใต้ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการทหารของสหรัฐฯ ที่นั่น

เกาหลีเหนือเริ่มพัฒนาดาวเทียมสอดแนมมาตั้งแต่ปี 2021 และมีความพยายามปล่อยขึ้นสู่วงโคจรแล้ว 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือนสิงหาคม ดาวเทียมไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้เนื่องจากระบบจุดระเบิดฉุกเฉินทำงานผิดพลาดนักวิเคราะห์ทางการทหารหลายรายออกมาระบุว่า หากได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียซึ่งเป็นชาติที่มีความก้าวหน้าเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ เกาหลีเหนือน่าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จโดยไม่ยาก และหากเกาหลีเหนือมีความแข็งแกร่งทางการทหารมากขึ้น ก็จะส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดมากขึ้น สุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางการทหาร

คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมิลเลอร์ระบุว่า มีความหนักใจอย่างยิ่ง เมื่อเห็นคิม จองอึน ประกาศคำมั่นสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนรัสเซียอย่างเต็มที่และไม่มีเงื่อนไข ในการทำสงครามที่ทั้งคู่เรียกว่า “สงครามอันศักดิ์สิทธิ์” ในยูเครน

การประกาศสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามในยูเครน เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้นำรัสเซียและผู้นำเกาหลีเหนือหารือกัน โดยมีรายงานว่าการหารือดำเนินไปกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะออกมานั่งรับประทานอาหารร่วมกัน บนโต๊ะอาหาร ผู้นำเกาหลีเหนือได้ลุกขึ้นขอบคุณประธานาธิบดีปูตินสำหรับการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทหาร และหลังจากนี้ทั้งคู่จะเป็นพันธมิตรที่คอยพิทักษ์ความมั่นคงทั้งบนคาบสมุทรเกาหลีและในยุโรปโดยระบุว่า เขาเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะเอาชนะในสงครามยูเครนได้อย่างแน่นอน

มีการคาดการณ์ว่าจากนี้ไปบทบาทของเกาหลีเหนือในสงครามยูเครนจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะของผู้ที่จัดส่งอาวุธให้กับรัสเซียสงครามในยูเครนดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 19 แล้ว การที่ประธานาธิบดีปูตินพบผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือเพื่อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมอาจเป็นสัญญาณว่า ประธานาธิบดีปูตินยังมุ่งมั่นที่จะทำสงครามต่อ

นอกจากผู้นำรัสเซียจะไม่ยอมยุติการทำสงครามง่ายๆ แล้ว สงครามยังสุ่มเสี่ยงที่จะขยายขอบเขตไปยังชาติสมาชิกนาโตอีกด้วยเมื่อวานนี้ กองทัพอากาศโรมาเนียตรวจพบเศษชิ้นส่วนโดรนปริศนาเพิ่มเติมบริเวณชายแดน หลังจากที่ท่าเรืออิซมาอิลและท่าเรือเรนี สองท่าเรือบริเวณแม่น้ำดานูบของยูเครนตกเป็นเป้าการโจมตีโดยรัสเซียอีกครั้ง

จุดที่พบชิ้นส่วนดังกล่าวคือหมู่บ้านนุฟารุลและหมู่บ้านวิคตอเรีย อยู่ตรงข้ามสองท่าเรือยูเครน มีรายงานว่าชิ้นส่วนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายโดรนของรัสเซียหากได้รับการตรวจสอบยืนยันอีกครั้งว่าเป็นชิ้นส่วนโดรนรัสเซียจริง นี่จะเป็นครั้งที่สามแล้วที่มีเศษซากโดรนตกลงในพรมแดนของโรมาเนีย สื่อสายความมั่นคงของโรมาเนียรายงานว่า กองทัพโรมาเนียเริ่มยกระดับการป้องกันบริเวณใกล้เคียงแล้ว เช่น นำระบบป้องกันภัยทางอากาศไปติดตั้งและเพิ่มการลาดตระเวน

สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็นความสุ่มเสี่ยงที่สงครามจะขยายวงออกไปนอกยูเครน เนื่องจากโรมาเนียเป็นชาติสมาชิกนาโตที่ได้รับการประกันความมั่นคงภายใต้กฎบัตรมาตราที่ 5 ซึ่งระบุไว้ว่าถ้าสมาชิกหนึ่งชาติถูกโจมตี สมาชิกทั้งหมดจะต้องช่วยกันปกป้อง

สงครามที่กินระยะเวลายาวนาน นอกจากอาจจะลุกลามขยายวงแล้ว ยังทำให้รัสเซียเริ่มขาดแคลนอาวุธทั้งอาวุธพื้นฐานและอาวุธประสิทธิภาพสูง เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนและอะไหล่ที่ใช้ในการผลิตเนื่องจากโดยชาติตะวันตกคว่ำบาตร มีการคาดการณ์ว่า อาวุธที่รัสเซียต้องการจากเกาหลีเหนือในเบื้องต้นคือ กระสุนปืนใหญ่ชนิด 52 มิลลิเมตร และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง และความร่วมมือทางการทหารของ 2 ชาติจะไม่หยุดแค่อาวุธพื้นฐาน หากพิจารณาจากท่าทีของผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 จะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีขีดจำกัด

ในช่วงท้ายของการพบกันกัน คิม จองอึน ได้เชิญประธานาธิบดีปูตินไปเยือนเปียงยางอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา สำนักข่าว KRT ของเกาหลีเหนือได้รายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้จะยังไม่มีการยืนยันถึงวัน เวลา และกำหนดการเยือนเกาหลีเหนืออย่างแน่ชัดแต่การที่ประธานาธิบดีปูตินตอบรับคำเชิญของ คิม จองอึน คือสัญญานที่ชัดเจนว่า ต่อจากนี้ทั้งสองชาติจะเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และความสัมพันธ์ลักษณะนี้ของรัสเซียและเกาหลีเหนือจะส่งผลกระเพื่อมต่อสงครามในยูเครนและความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างแน่นอน

ย้อนดู “เงินเดือนข้าราชการ” หลัง ครม.สั่งการแบ่งจ่าย 2 รอบ/เดือน

รพ.จุฬาเปิดจุดฉีดวัคซีน HPV เดือน ก.ย.ฟรี! ย้ำรีบลงทะเบียนก่อนหมดเขต!

ไขรหัส!“ทิชชู 1 บาท” เช็ดหน้าได้ไหม? วิธีเลือกให้ปลอดภัยจากสารฟอกขาว

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ