จีน-รัสเซียส่งเครื่องบินรบ รุกล้ำเขตป้องกันทางอากาศเกาหลีใต้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




จีน-รัสเซีย ส่งเครื่องบินรบ รุกล้ำเขตป้องกันทางอากาศเกาหลีใต้ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขณะเกาหลีใต้-ญี่ปุ่นได้ส่งเครื่องบินขับไล่ตามสกัด

จีน-รัสเซีย เร่งผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮามาส

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น กระชับความสัมพันธ์ทางทหาร

เมื่อวานนี้ (14 ธันวาคม 2024) คณะเสนาธิการร่วมของกองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้ตรวจพบเครื่องบินรบของจีน 2 ลำ และของรัสเซียอีก 4 ลำ บินเข้าสู่เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศเกาหลีใต้หรือ KADIZ ในทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่นในช่วงเวลา 11.53 นาฬิกา และ 12.10 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น

โดยเครื่องบินรบเหล่านี้ได้บินเข้าไปในเขตดังกล่าวจากทางตอนเหนือ และบินออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้โดยไม่แจ้งให้ทางการเกาหลีใต้ทราบล่วงหน้า

กาหลีใต้-ญี่ปุ่นได้ส่งเครื่องบินขับไล่ตามสกัดตามมาตรการทางยุทธวิธี รายการรอบโลก DAILY
กาหลีใต้-ญี่ปุ่นได้ส่งเครื่องบินขับไล่ตามสกัดตามมาตรการทางยุทธวิธี

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ระบุว่าสามารถตรวจจับเครื่องบินรบของจีน และรัสเซียได้ ตั้งแต่ก่อนที่เครื่องบินจะบินเข้าสู่เขต KADIZ

และได้ส่งเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศเข้าสกัดตามมาตรการทางยุทธวิธี ขณะที่ญี่ปุ่นก็เผชิญสถานการณ์ในลักษณะเดียวกัน และได้ส่งเครื่องบินรบไปสกัดเครื่องบินรัสเซียและจีนเช่นเดียวกับเกาลีใต้

อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ยืนยันว่า ฝูงบินของจีนและรัสเซีย ไม่ได้ละเมิดเขตอำนาจอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของเกาหลีใต้ แต่ก็บินอยู่ในเขตป้องกันทางอากาศของเกาหลีใต้เป็นเวลานานถึง 17 นาที

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้ยื่นเรื่องประท้วงต่อรัฐบาลจีนผ่านทางสายตรงระหว่างกองทัพ
 

ส่วนรัสเซีย เกาหลีใต้ยังไม่ได้ยื่นหนังสือประท้วง เนื่องจากทั้งสองประเทศไม่มีช่องทางการสื่อสารสายตรงระหว่างกองทัพ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาตอบโต้ในประเด็นนี้ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นกิจกรรมการบินตามปกติของกองทัพอากาศจีน ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ใช่เรื่องที่เกาหลีใต้จะต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์

แม้เกาหลีใต้ระบุว่าเครื่องบินรบของรัสเซียและจีนยังไม่ได้รุกล้ำเขตอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของเกาหลีใต้ แต่เครื่องบินของทั้งสองชาติได้บินเข้ามาที่เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เขตดังกล่าวคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร

เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ หรือ Air defense Identification Zone (ADIZ) คือ พื้นที่ทางอากาศที่อยู่เหนือพื้นที่บนบก และทางทะเล รวมถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล และพื้นที่อื่นๆทั้งนี้ ADIZ เป็นพื้นที่ที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นมาเพื่อสังเกต และเฝ้าระวังเครื่องบิน รวมถึงเข้าควบคุมเครื่องบินที่รุกล้ำเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ

อย่างไรก็ตาม ADIZ ของแต่ละประเทศ อาจถูกขยายออกไปนอกเขตเส้นแดนของตัวเอง และอาจรวมถึงพื้นที่น่านน้ำสากลด้วย
 

ทั้งนี้ กฎหมายหรือระเบียบระหว่างประเทศไม่ได้มีการรับรองเขต ADIZ อย่างเป็นทางการ แต่มักระบุไว้ในเอกสารข้อมูลการบินของแต่ละประเทศ และพื้นที่ตรงนี้มีความสำคัญ เนื่องจากทำหน้าที่เหมือนเป็นเขตกันชน โดยในทางปฏิบัติ ประเทศที่ควบคุมเขต ADIZ จะขอให้เครื่องบินต่างชาติแสดงตนเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

หลักปฏิบัติคือ เครื่องบินใดๆ ก็ตามที่มีเส้นทางบินเข้าสู่หรือบินตัดผ่านพื้นที่นี้ จะต้องส่งแผนการบินล่วงหน้า 1 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง แม้เครื่องบินพลเรือนที่มีเส้นทางการบินปกติ แต่ต้องผ่านเขต ADIZ ก็จำเป็นจะต้องยื่นแผนการบินไปยังศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศทุกครั้ง หากไม่ปฏิบัติตามหลักการนี้ ประเทศที่ควบคุมเขต ADIZ จะส่งเครื่องบินขึ้นไปติดตาม เพื่อสกัดกั้นการบินทันที

เกาหลีใต้ตรวจพบเครื่องบินรบของจีนและรัสเซียสู่เขตแสดงตน KADIZ รายการรอบโลก DAILY
เกาหลีใต้ตรวจพบเครื่องบินรบของจีนและรัสเซียสู่เขตแสดงตน KADIZ

ส่วนเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้ เรียกว่า Korea Air defense Identification Zone หรือ KADIZ

โดย KADIZ ของเกาหลีใต้มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่โดยรอบของคาบสมุทรเกาหลี และบางส่วนของน่านน้ำของทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลญี่ปุ่นแม้ว่าประเทศต่างๆ รวมถึงเกาหลีใต้กำหนดพื้นที่ป้องกันทางอากาศของตัวเอง

แต่รัสเซียไม่ให้การยอมรับการกำหนดเขตดังกล่าวของประเทศอื่น และจีนเองก็มีเขต ADIZ ทับซ้อนกับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

นี่ทำให้ทั้งรัสเซีย และจีนมีจุดร่วมเดียวกัน คือ ไม่ยอมรับเขตป้องกันทางอากาศของเกาหลีใต้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา เครื่องบินทหารของจีน และรัสเซียได้รุกล้ำเข้าสู่เขตป้องกันทางอากาศของตัวเองของเกาหลีใต้ปีละ 1-2 ครั้ง

ในปีที่แล้ว เครื่องบินรบของทั้งสองประเทศได้บินผ่านเขต KADIZ ถึง 2 ครั้งโดยไม่มีการแจ้งเตือนเกาหลีใต้ล่วงหน้า โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม และครั้งที่สองเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (14 ธันวาคม 2024) ถือเป็นการส่งเครื่องบินรบเข้าสู่เขต KADIZ ของเกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 6 เดือน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างจีน และรัสเซียที่แน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ย้อนกลับไปเมื่อเมื่อเดือนกรกฎาคม ทั้งจีน และรัสเซียได้เดินหน้าซ้อมรบร่วมกันในทะเลญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่า เป็นการมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินทะเลเชิงยุทธศาสตร์

ขณะที่พบกันครั้งล่าสุดระหว่างสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่การประชุมเต็มคณะของเครือข่ายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางศึกษา (BRSN) ในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาผู้นำทั้งสองชาติได้เห็นพ้องต้องกันในการทำงานร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติ
ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นระหว่างจีน และรัสเซีย ทำให้ชาติตะวันตกแสดงความกังวลอย่างมาก

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ เตือนว่า ความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของเกาหลีเหนือ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือและรัสเซีย กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ระดับที่เป็นอันตราย

ขณะที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังเกาหลีเหนือที่ทดสอบขีปนาวุธ และปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหารขึ้นสู่วงโคจร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเพิ่งลงนามสนธิสัญญาสร้าง supersonic jet หรือ เครื่องบินขับไล่ล่องหนความเร็วเหนือเสียง

รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น อังกฤษ และอิตาลี ได้ประกาศเมื่อวานนี้ว่า ทั้งสามชาติได้ลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อจัดตั้งโครงการ Global Combat Air Programme (GCAP) ที่มุ่งพัฒนาเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะสูง และทันสมัยอย่าง supersonic jet หรือ เครื่องบินขับไล่ล่องหนความเร็วเหนือเสียง โดย supersonic jet จะมีเรดาร์ที่สามารถส่งข้อมูลให้ได้มากกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถึง 10,000 เท่า

มิโนรุ คิฮาระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการประวัติศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ชาติพันธมิตร แบ่งปันต้นทุน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโลโลยีที่ก้าวหน้านี้

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นประกาศความร่วมมือโครงการพัฒนาทางการทหารครั้งใหญ่กับประเทศอื่นๆ นอกจากสหรัฐฯ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งหนึ่งที่สำคัญในการต่างประเทศของญี่ปุ่น

กุยโด โครเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลี ระบุว่าโครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป

เช่นเดียวกับ แกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษย้ำว่า ความเสี่ยง และปัญหาต่างๆ ตั้งยุโรปไปจนถึงอินโด-แปซิฟิกนั้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับโลก

สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในปี 2025 และตั้งเป้าพัฒนาเครื่องบินรบรุ่นใหม่นี้ให้สามารถใช้งานให้ได้ภายในปี 2035 หรือประมาณ 10 ปี

เปิดสมัครสอบแข่งขัน เข้ารับราชการสังกัดสถ. 6 ตำแหน่ง 230 อัตรา

เจ้าของทีมในศึกพรีเมียร์ลีกร่ำรวยที่สุด 10 อันดับแรก

สมาคมโหร ฯ เปิดดวง 12 ราศีประจำปี 2567 ใครจะรุ่งใครจะปังเช็กเลย!

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ