“ดวงจันทร์” ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของมนุษยชาติในยุคนี้ พร้อมความหวังว่าภายในสิ้นศตวรรษอาจมีการสร้างอาณานิคมและใช้ชีวิตอยู่บนดาวบริวารดวงนี้ได้ ทำให้นานาชาติต่างพยายามเร่งเดินหน้าภารกิจที่เกี่ยวกับดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับทุนสนบสนุนจากนาซา พบว่า ดวงจันทร์ของเรากำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่แก่นชั้นนอก (Outer Core) ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นชั้นหินหนืด เกิดการหลอมละลายและเย็นตัวลง ทำให้มีความเปลี่ยนแปลงในปริมาตรดวงจันทร์ จนเกิดการหดตัว
คิดเห็นอย่างไร? เมื่ออาจจะมีธุรกิจ “นำเถ้าอัฐิไปฝังบนดวงจันทร์”
มีรายงานว่าในช่วงไม่กี่ล้านปีที่ผ่านมา เส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์หดลงไปประมาณ 45 เมตรแล้ว
นั่นเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญในแง่มุมทางธรณีวิทยา แต่น้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อโลกหรือต่อวัฏจักรน้ำขึ้นน้ำลง
กระนั้น สำหรับนักบินอวกาศและนานาชาติที่ต้องการไปตั้งฐานบนดวงจันทร์ เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัย เพราะการหดตัวของดวงจันทร์จะก่อให้เกิด “แผ่นดินไหว” หรือ “มูนเควก” (Moonquake) ได้
เมื่อแก่นของดวงจันทร์ค่อย ๆ เย็นลงและหดตัว พื้นผิวของมันก็จะเกิดรอยย่น เหมือนกับองุ่นที่เหี่ยวเฉาจนกลายเป็นลูกเกด ทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่อาจคงอยู่นานหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับแผ่นดินถล่ม
พื้นที่บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์เอง ซึ่งเป็นเป้าหมายในการลงจอดและศึกษาของหลายประเทศ ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเหล่านี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อผู้ตั้งถิ่นฐานและอุปกรณ์ของมนุษย์ในอนาคต
โธมัส อาร์. วัตเตอร์ส นักวิทยาศาสตร์อาวุโสกิตติมศักดิ์จากศูนย์เพื่อการศึกษาโลกและดาวเคราะห์ พิพิธภัณฑ์อากาศและอวกาศแห่งชาติ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่คำเตือนเพื่อขัดขวางการสำรวจขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ แต่เพื่อเตือนว่า ดวงจันทร์ไม่ใช่สถานที่ที่ไม่มีพิษมีภัย”
เขาเสริมว่า “แก่นชั้นนอกของดวงจันทร์เย็นตัวลง ในขณะที่มันเย็นลง ดวงจันทร์จะหดตัว ปริมาตรภายในเปลี่ยนแปลง และเปลือกโลกจะต้องปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น มันเป็นการหดตัวของดวงจันทร์”
เนื่องจากพื้นผิวดวงจันทร์เปราะ การหดตัวจึงทำให้เกิดรอยแตก ซึ่งนักธรณีวิทยาเรียกว่า “รอยเลื่อน” (Fault)
“ดวงจันทร์ถูกมองว่าเป็นวัตถุที่ตายแล้วในทางธรณีวิทยาซึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นมานับพันล้านปี ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง เพราะรอยเลื่อนเหล่านี้ยังเกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ กำลังเกิดขึ้น จริง ๆ แล้วเรายังตรวจพบแผ่นดินถล่มด้วยในช่วงเวลาที่ยานสำรวจ Lunar Reconnaissance Orbiter อยู่ในวงโคจรรอบดวงจันทร์”
Lunar Reconnaissance Orbiter หรือ LRO ของนาซาเปิดตัวในปี 2009 และกำลังสร้างแผนที่พื้นผิวดวงจันทร์ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ
วัตเตอร์สใช้ข้อมูลที่รวบรวมโดย LRO เพื่อเชื่อมโยงแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์อันทรงพลังชุดรอยเลื่อนบนดวงจันทร์บริเวณขั้วใต้ ซึ่งตรวจพบด้วยเครื่องมือที่นักบินอวกาศอะพอลโลทิ้งไว้เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว
“เรารู้จากการเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวของอะพอลโล ซึ่งเป็นเครื่องวัดแผ่นดินไหว 4 เครื่องที่ทำงานเป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปี ว่ามีแผ่นดินไหวแบบตื้น ๆ เกิดขึ้น แต่เราไม่รู้จริงๆ ว่าแหล่งที่มาคืออะไร” วัตเตอร์สกล่าว
เขาเสริมว่า “เรายังรู้ด้วยว่า แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ตรวจพบโดยเครื่องวัดแผ่นดินไหวอะพอลโลนั้นเกิดใกล้ขั้วใต้ เราจึงพยายามค้นหาว่าต้นตอมาจากอะไร และปรากฏว่า รอยเลื่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คือผู้ต้องสงสัย”
แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ได้ มีความรุนแรงเทียบเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 5.0 แมกนิจูดบนโลก ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง แต่แรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าของดวงจันทร์จะทำให้สถานการณ์แย่กว่าแผ่นดินไหวบนโลก
“บนโลก คุณมีแรงโน้มถ่วงที่สามารถทำให้คุณยึดติดกับพื้นผิวได้ แต่แรงโน้มถ่วงบนดวงจันทร์มีน้อยกว่ามาก ดังนั้นแม้แต่ความเร่งเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้คุณลอยออกจากพื้นดินได้ ดังนั้นการสั่นจากแผ่นดินไหวก็อาจทำให้สิ่งต่าง ๆ ลอยและกระจัดกระจายไปทั่วได้ในสภาพแวดล้อมที่แรงโน้มถ่วงต่ำ” วัตเตอร์สกล่าว
ด้าน โยซิโอ นากามูระ ศาสตราจารย์กิตติคุณสาขาธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส กล่าวว่า แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์อาจเป็นปัญหาสำหรับภารกิจลงจอดด้วยคนขับในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นากามูระ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับสาเหตุของแผ่นดินไหว และกล่าวว่าข้อมูลของอะพอลโลแสดงให้เห็นว่า ปรากฏการณ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากใต้พื้นผิวหลายสิบกิโลเมตร
“เรายังไม่รู้ว่าอะไรทำให้เกิดแผ่นดินไหวตื้น ๆ แต่มันไม่ใช่รอยเลื่อนใกล้พื้นผิว แต่ไม่ว่าอะไรจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวเหล่านั้น มันก็เป็นความจริงที่พวกมันอาจเป็นภัยคุกคามต่อภารกิจลงจอดในอนาคต และเราต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกมัน” นากามูระกล่าว
ด้าน อัลเลน ฮัสเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านธรณีฟิสิกส์ สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการวิจัยนี้ บอกว่า อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้นี้ มนุษย์จะอยู่บนดวงจันทร์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือมากที่สุด 2-3 วันเท่านั้น
“ไม่น่าเป็นไปได้มากที่แผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้นในขณะที่มีคนของเราอยู่ที่นั่น อย่างไรก็ตาม เป็นการดีที่จะทราบว่ามีแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวเหล่านี้อยู่ พวกมันอาจเป็นโอกาสในการศึกษาดวงจันทร์ได้ดีขึ้นเหมือนกับที่เราทำบนโลกเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว” ฮัสเกอร์กล่าว
เรียบเรียงจาก CNN
ตรวจหวยงวดนี้ - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ลอตเตอรี่ 1/2/67
โปรแกรมฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบ 8 ทีม พร้อมเวลาแข่งขัน
ผลบอลเอเชียน คัพ 2023 ญี่ปุ่น ควง อิหร่าน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย