สหรัฐฯ ระดมโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งในอิรัก-ซีเรีย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศในเป้าหมายกว่า 80 แห่ง ในอิรัก-ซีเรีย หลังผู้นำสหรัฐฯ เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยทหารอเมริกัน 3 นายที่เสียชีวิตจากการโจมตีในจอร์แดนเพียงไม่กี่ชั่วโมง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (2 กุมภาพันธ์ 2024) กองทัพสหรัฐอเมริกาได้โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายกว่า 80 แห่งในอิรัก และซีเรีย ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ทั้งนี้สหรัฐฯ ได้ใช้เครื่องบินรบจำนวนมาก รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-วัน ที่บินมาจากสหรัฐฯ ลงมือปฏิบัติการดังกล่าว และใช้กระสุนโจมตีอย่างแม่นยำมากกว่า 125 นัดไปยังเป้าหมาย

สหรัฐฯ ระดมโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งในอิรัก-ซีเรีย รายการทันโลก วันที่ 3 ก.พ.67
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา

อย่างศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุม ศูนย์ข่าวกรอง จรวด และขีปนาวุธ รวมถึงห้องเก็บโดรน และสถานที่จัดเก็บอาวุธยุทธโธปกรณ์

ขณะที่จากเหตุการณ์โจมตีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลซีเรีย รายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายคน

ถือเป็นการเปิดฉากโจมตีตอบโต้กลับ หลังทหารอเมริกัน 3 นายถูกโดรนที่ยิงโดยกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านสังหารในประเทศจอร์แดนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าอิหร่านได้ปฏิเสธว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว

โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯหลายคนได้ออกคำเตือนมาหลายวันแล้วว่า สหรัฐฯ จะโจมตีตอบโต้กลับกลุ่มติดอาวุธ และจะไม่ใช่เป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะเป็นการโจมตีตอบโต้แบบลำดับขั้นเป็นเวลาหลายวัน

ขณะที่หลังจากโจมตีดังกล่าว ประธานาธิบดีไบเดน ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า การตอบโต้กลับของสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นในวันนี้ และจะดำเนินต่อไปตามแผนการ

นอกจากนี้ประธานาธิบดีไบเดน ยังย้ำด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้แสวงหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือที่อื่นๆในโลก แต่อยากให้ทุกคนที่อาจพยายามจ้องทำร้ายสหรัฐฯ รู้ไว้ว่า หากพวกเขาทำร้ายชาวอเมริกัน สหรัฐฯจะดำเนินการตอบโต้กลับ

เช่นเดียวกับลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรีย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบโต้ของสหรัฐฯ และได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีไบเดนในการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อควบคุม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ที่ต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตร

สหรัฐฯ ระดมโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งในอิรัก-ซีเรีย รายการทันโลก วันที่ 3 ก.พ.67
เครื่องบินรบ

ส่วนความเคลื่อนไหวของฝั่งอิรัก Yahya Messenger Abdullah โฆษกกองทัพอิรัก ยืนยันว่า เมืองอัลกออิม และพื้นที่ชายแดนอิรักกำลังถูกโจมตีทางอากาศ จากเครื่องบินของสหรัฐฯ ซึ่งนี่ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรัก และบ่อนทำลายความพยายามของรัฐบาลอิรักที่พยายามอย่างหนักให้การรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพอิรัก ระบุว่า ภัยคุกคามที่กำลังจะลากอิรัก และประเทศต่างๆในภูมิภาคจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ซึ่ง และผลที่จะตามมาจะสร้างหายนะต่อความมั่นคง และเสถียรภาพในอิรักและในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีไบเดน และเจ้าหน้าที่กลาโหมระดับสูงได้เข้าร่วมกับครอบครัวของทหารอเมริกัน 3 นาย ระหว่างประกอบพิธีศพที่ฐานทัพอากาศโดเวอร์ในเดลาแวร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมง

การโจมตีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่อิหร่านโดยตรง โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีเข้าไปในอิหร่าน และจะเน้นไปที่เป้าหมายนอกประเทศเท่านั้น เพราะการโจมตีอิหร่านจะทำให้สถานการณ์บานปลาย

แม้ว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พื้นที่ใดๆ ในอิหร่าน แต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความกังวล และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 3 เดือนของอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสในฉนวนกาซา

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ของอิหร่านเคยย้ำเอาไว้ว่า อิหร่านจะไม่เริ่มสงคราม แต่จะตอบโต้อย่างหนัก ต่อผู้ใดก็ตามที่พยายามกลั่นแกล้งอิหร่าน

อเมริกากลางแดนคนเถื่อน เส้นทางสู่หายนะ ยาเสพติดไหลทะลักเข้าสหรัฐฯ

“คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้” ปีศาจตัวใหม่ของ "คิม จอง อึน"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ