รัสเซียอ้าง สหรัฐฯ-ยูเครน ป่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ประธานาธิบดีปูติน อ้าง สหรัฐฯ-ยูเครน ป่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ออกซ์ฟอร์ดซัดการเลือกตั้งออนไลน์รัสเซีย อาจไม่โปร่งใส

นอกจากการสู้รบในสมรภูมิยูเครน อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ที่จะถูกจัดขึ้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดทิศทางของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ล่าสุดก่อนการวันเลือกตั้งใหญ่ของรัสเซีย ประธานาธิบดีปูตินได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยพูดถึงหลากหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการกล่าวหาว่ายูเครนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งรัสเซีย

อาวุธนิวเคลียร์รัสเซียก้าวหน้ากว่าสหรัฐฯ พร้อมใช้หากเจอภัยคุกคาม

รัสเซียเผย สกัดเหตุโจมตีจากกลุ่มหนุนยูเครนเอาไว้ได้

ประธานาธิบดีปูติน AFP/Valeriy Sharifulin / POOL
รัสเซียอ้างสหรัฐฯ-ยูเครน ป่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย

คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวช่องรอสซียาอะดีน หรือ ช่องรัสเซียวัน หนึ่งในสื่อหลักของรัสเซีย

ผู้นำรัสเซียระบุว่า เหตุการณ์ที่กองกำลังอาสารัสเซียในยูเครน บุกดินแดนรัสเซียบริเวณแคว้นเบลโกรอดและแคว้นคูสก์ ซึ่งอยู่ติดกับแผ่นดินยูเครน เพื่อก่อความไม่สงบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นความพยายามในการขัดขวางการเลือกตั้งของรัสเซียที่กำลังจะเกิดขึ้น

นอกจากประธานาธิบดีปูติน อีกคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงเรื่องความพยายามก่อกวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีคือ มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย

เธอได้กล่าวหาว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้มอบหมายหน้าที่โดยตรงต่อองค์กรพัฒนาเอกชนของสหรัฐฯ ให้ก่อกวนและลดจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียในปีนี้ ส่วนวิธีการที่รัสเซียเชื่อว่าสหรัฐฯ ใช้คือ การใช้การยุยงปลุกปั่นบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ใส่ระบบลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซีย

 

เปิดระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย

การเลือกตั้งของรัสเซียที่จะมาถึงในรอบนี้ เป็นการเลือกตั้งในระดับสหพันธรัฐ หรือ Federal elections โดยจะเป็นการเลือกประธานาธิบดี ซึ่งมีฐานะเป็นประมุขแห่งรัฐและรัฐสภาดูมา สามารถดำรงตำแหน่งได้ 6 ปีและมีวาระติดต่อกันไม่เกินสองสมัย

ส่วนการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมาจำนวน 450 คน ซึ่งเป็นการเลือกตั้งในระดับสหพันธรัฐเหมือนกัน จะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากการเลือกตั้งสส.เกิดขึ้นไปแล้วตั้งแต่เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา และสส.จะอยู่ในตำแหน่งไปอีก 5 ปี ทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาดูมา จะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2026 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า

ส่วนสมาชิกวุฒิสภาหรือซีเนทของรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกฝั่งรัฐสภา จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่จะมาจากการที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางทั้ง 85 แห่งของรัสเซีย เสนอชื่อผู้แทน 2 คนไป เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภาสหพันธ์ หรือ The Federation Council ทำให้สภาสหพันธ์ของรัสเซียมีสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น 178 คน

 

ออกซ์ฟอร์ดเผยเลือกตั้งออนไลน์รัสเซียอาจไม่โปร่งใส

ส่วนสาเหตุที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกมาอ้างว่า สหรัฐฯ จะแทรกแซงและทำลายระบบเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ตของรัสเซีย เป็นเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งรัสเซีย ได้จัดการเลือกตั้งแบบออนไลน์ควบคู่ไปกับการเลือกตั้งแบบกาลงบนบัตร

ประชาชนในรัสเซีย สามารถเลือกตั้งออนไลน์ได้ด้วยการส่งใบสมัครต่อหน่วยงานเลือกตั้ง เพื่อขอใช้สิทธิแบบออนไลน์ภายใน 45 วันก่อนการเลือกตั้ง

หลังจากนั้น ทางหน่วยงานเลือกตั้งกลาง จะส่งรหัสสำหรับการลงทะเบียนเลือกตั้งไปยังโทรศัพท์ที่ถูกระบุไว้ในโปรไฟล์ของพลเมืองในพอร์ทัลดิจิทัลที่เรียกว่า โกซูสลูกี (Gosuslugi)เมื่อได้รับรหัสจากรัฐบาลแล้ว ชาวรัสเซียสามารถนำรหัสนั้นไปล็อกอินเพื่อใช้สิทธิได้บนเว็บไซต์ของรัฐ ซึ่งจะเปิดในช่วงสามวันของการเลือกตั้ง

สำหรับปีนี้ ข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางระบุว่า มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านคนอย่างไรก็ดี การลงคะแนนเสียงแบบออนไลน์ สามารถทำได้แค่ใน 27 แคว้นของสหพันธรัฐรัสเซียเท่านั้น เช่น กรุงมอสโก แคว้นมอสโก รวมถึงพื้นที่ห่างไกล เช่น เซวัสโตปอลและแคว้นไครเมีย ที่รัสเซียเข้ายึดครองจากยูเครนเมื่อปี 2014

สถาบันด้านอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดรายงานว่า ซอฟต์แวร์การลงคะแนนเสียงทำงานบนแพลตฟอร์มบล็อกเชนส่วนตัว อย่าง Exonum ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของทางการรัสเซียเท่านั้นที่เข้าถึงได้ นี่ทำให้การเลือกตั้งออนไลน์ของรัสเซียนี้ยังห่างไกลจากความโปร่งใส

ขณะเดียวกัน โนวายา กาเซียตา สื่ออิสระซึ่งเคยถูกรัสเซียสั่งระงับการเผยแพร่ไปหลายครั้ง รายงานว่า มีการปลอมแปลงคะแนนเสียงมากกว่า 14 ล้านคะแนนในการลงคะแนนออนไลน์เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา

นอกจากการออกมากล่าวหาสหรัฐฯ ว่ามีแผนแทรกแซงการเลือกตั้ง อีกประเด็นที่ทำให้หลายฝ่ายจับตามองการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียในรอบนี้ คือ การไม่มีคู่แข่งที่เป็นฝ่ายค้าน และการทำร้ายร่างกายหนึ่งในทีมฝ่ายค้าน ผู้ต่อต้านประธานาธิบดีปูติน ที่ลี้ภัยไปอยู่ในประเทศลิทัวเนีย

 

พันธมิตรนาวาลนีปลอดภัยดี เดินหน้าต่อต้านปูติน

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจลิทัวเนีย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีบุคคลปริศนาบุกเข้าไปทำร้ายลีโอนิดส์ โวลคอฟ พันธมิตรคนสำคัญของอเลกเซ นาวาลนี ขณะที่เขาอยู่ในบ้านพักย่านชานเมืองในกรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย

ล่าสุด โวลคอฟได้ออกมาอัดวิดีโอ และเผยแพร่ลงในเทเลแกรมส่วนตัว โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มนักเลงที่ได้รับการว่าจ้างโดยรัสเซีย ขณะเดียวกัน เขาได้ขอร้องให้ประชาชนในรัสเซีย เดินหน้าลุกขึ้นต่อต้านประธานาธิบดีปูตินในช่วงวันเลือกตั้ง

การบุกทำร้ายร่างกายพันธมิตรคนสำคัญของนาวาลนี สร้างความไม่พอใจให้กับทางการลิทัวเนียอย่างมาก โดยเฉพาะกับประธานาธิบดีกิตานัส นาวเซดา ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ โดยประกาศชัดว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย แต่ในลิทัวเนียไม่มีใครกลัวประธานาธิบดีปูติน ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีลิทัวเนีย ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าตัวผู้กระทำผิดในครั้งนี้มาลงโทษให้ได้

สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เป็นเพราะลิทัวเนียเป็นหนึ่งในประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากรัสเซีย การเกิดเหตุการณ์บุกโจมตีศัตรูทางการเมืองของผู้นำรัสเซียกลางเมืองหลวงลิทัวเนีย จึงเป็นสัญญาณของความไม่ปลอดภัยที่กลุ่มผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ต้องเผชิญและอาจตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

ด้านเรนาทัส โปเซลา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลิทัวเนีย ได้ออกมาแถลงข่าวยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติลิทัวเนียได้เข้ามารับหน้าที่สืบสวนคดีนี้ทันทีหลังเกิดเหตุ และมีการระดมทรัพยากรจำนวนมหาศาล เพื่อให้สามารถจับผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับพันธมิตรคนสำคัญของนาวาลนี สร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำลิทัวเนียอย่างมาก และไปตอกย้ำความตึงเครียดของความสัมพันธ์ระหว่างลิทัวเนีย กลุ่มประเทศ Eastern Flank และรัสเซียให้มากขึ้นกว่าเดิม หลังรัสเซียเข้ารุกรานยูเครนเมื่อสองปีก่อน ล่าสุด ในบทสัมภาษณ์พิเศษของผู้นำรัสเซีย มีอีกหนึ่งสัญญาณที่อาจจะเพิ่มความความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับกลุ่มประเทศ Eastern Flank คือ การที่ผู้นำรัสเซียได้พูดถึงการประจำการทหารบริเวณชายแดนฟินแลนด์และบทบาทของโปแลนด์ในสงครามยูเครน

 

ผู้นำรัสเซียเล็งประจำการทหารบริเวณชายแดนฟินแลนด์

สำหรับประเด็นการประจำการทหารบริเวณชายแดนฟินแลนด์ ผู้นำรัสเซียบอกกับผู้สื่อข่าวของรอสซียาอะดีนว่า เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฟินแลนด์จึงเข้าร่วมกับองค์การนาโต ทั้งที่รัสเซียไม่เคยประจำการทหารบริเวณชายแดนฟินแลนด์มานานแล้ว การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ “เปล่าประโยชน์” และรัสเซียจะนำทหารกลับไปประจำการที่นั่น

นอกจากฟินแลนด์ อีกประเทศหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในบทสัมภาษณ์ คือ โปแลนด์ หลังจากมีกระแสข่าวว่าชาติพันธมิตรตะวันตกเช่น ฝรั่งเศส โปแลนด์ กำลังตัดสินใจเรื่องการส่งทหารของตนเอง เข้าไปปกป้องพื้นที่ชายแดนยูเครน-เบลารุส เพื่อให้ยูเครนสามารถทำสงครามกับรัสเซียในสนามรบได้อย่างเต็มที่

ผู้นำรัสเซียอ้างว่า ตอนนี้ในยูเครนมีทหารชาติตะวันตกอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในความเป็นจริง ทหารเหล่านี้เข้ามาประจำการในยูเครนนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ยูโรไมดานเมื่อ 10 ปีก่อน และถ้าโปแลนด์ตัดสินใจส่งทหารเข้ามาพิทักษ์ชายแดนยูเครน-เบลารุสอย่างที่มีกระแสข่าวออกมา โปแลนด์จะไม่มีวันถอนทหารออกไปจากยูเครนแน่นอน

 

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ปมส่งทหารช่วยยูเครน

ขณะเดียวกัน ผู้นำรัสเซียยังได้พูดถึงประเด็นที่ชาติะวันตกกำลังพิจารณาเรื่องการส่งทหารเข้ามาช่วยยูเครน โดยระบุว่า หากชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ ส่งทหารเข้ามาพัวพันกับสงครามในยูเครน รัสเซียจะถือว่าสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนแทรกแซงสงครามในครั้งนี้

การปรากฏตัวของทหารสหรัฐฯ ในยูเครน อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเส้นแดงสำคัญของรัสเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ จนอาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หรือสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสองมหาอำนาจ ซึ่งเมื่อวานนี้ผู้นำรัสเซียก็ได้ออกมาย้ำชัดเจนว่าพร้อมที่จะใช้นิวเคลียร์และนิวเคลียร์ของรัสเซียทันสมัยกว่าของสหรัฐฯ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้นำของชาติตะวันตกบางชาติ เช่น ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ออกมาประกาศว่า ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะส่งทหารไปยังยูเครน เป็นเพราะตอนนี้ยูเครนกำลังขาดแคลนกระสุนและเสียพื้นที่ให้รัสเซียเพิ่มขึ้น โดยถ้ารัสเซียรุกคืบไปถึงกรุงเคียฟหรือแคว้นโอเดสซา ทางตอนใต้ของทะเลดำ ฝรั่งเศสอาจส่งทหารเข้าช่วยยูเครน

สำหรับสถานการณ์การสู้รบล่าสุดตอนนี้ รัสเซียเริ่มกลับมาโจมตีพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนอีกครั้ง หลังจากรุกคืบยึดพื้นที่บริเวณนั้นได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่แคว้นซูมี

 

รัสเซียโจมตีอะพาร์ตเมนต์ยูเครน ประชาชนดับ

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ทางการของยูเครนรานงานว่า รัสเซียได้ใช้โดรนพลีชีพพุ่งเป้าเข้าโจมตีอาคารที่พักของพลเรือนในแคว้นซูมี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 10 คน

พบ“น้องแคร์” หลังหายตัว ประทับตราพาสปอร์ตเข้ามาเลย์ ตั้งแต่ 28 ก.พ.

"บิ๊กโจ๊ก"ส่งทนายฟ้อง"บิ๊กเต่า" จ่อแถลงเปิดเส้นทางการเงิน งานนี้อาจตายหมู่

อุปกรณ์เครื่องบินไม่ทำงาน ร่วงวูบกลางอากาศ ผู้โดยสารลอยกระแทกเพดานเจ็บ

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ