มองโกเลียหนาวสุดในรอบ 50 ปี สัตว์ตายเกือบ 5 ล้านตัว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กาชาดระหว่างประเทศเตือน มองโกเลียกำลังเผชิญฤดูหนาวรุนแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ทำให้สัตว์ล้มตายแล้วมากกว่า 4.7 ล้านตัว

สหพันธ์กาชาดระหว่างประเทศ (IFRC) รายงานว่า ขณะนี้ มองโกเลียกำลังเผชิญฤดูหนาวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ส่งผลให้สัตว์ล้มตายแล้วมากกว่า 4.7 ล้านตัว รวมถึงคุกคามการดำรงชีวิตและแหล่งอาหารของผู้คนจำนวนมาก

มองโกเลียกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ซูด (Dzud) ซึ่งในภาษามองโกเลีย หมายถึงภาวะอากาศหนาวสุดขั้ว ที่อุณหภูมิลดฮวบ หิมะตกหนา น้ำแข็งปกคลุม พื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์ของมองโกเลีย ทำให้ปศุสัตว์เข้าถึงแหล่งอาหารไม่ได้ 

คอนเทนต์แนะนำ
หนุ่มอินเดียดัดแปลงรถยนต์เป็นเฮลิคอปเตอร์ สุดท้ายถูกตำรวจจับ
“เจ้าหญิงเคท” ออกแถลงการณ์ ทรงประชวรด้วยโรคมะเร็ง
กราดยิง-ระเบิดหอประชุมคอนเสิร์ตมอสโก ก่อการร้ายรุนแรงในรอบหลายปีของรัสเซีย

มองโกเลียหนาวสุดในรอบ 50 ปี สัตว์ตายเกือบ 5 ล้านตัว AFP/Byambasuren BYAMBA-OCHIR
มองโกเลียเจออากาศหนาวสุดในรอบ 50 ปี

ประชาชนราว 3 แสนคนในมองโกเลีย มีอาชีพเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน เพื่อเป็นอาหารและขายเป็นรายได้ 

อเล็กซานเดอร์ มาเธโอ (Alexander Matheou) ผู้อำนวยการสหพันธ์กาชาดระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า สำหรับคนที่พึ่งพาปศุสัตว์เพื่อความอยู่รอดเพียงอย่างเดียว คนเหล่านั้นจะอดอยากแร้นแค้นภายในเวลาไม่กี่เดือน  โดยหลายคนตอนนี้ไม่สามารถหาอาหารเลี้ยงตัวเองหรือทำบ้านให้อบอุ่นได้แล้ว 

IFRC ระบุว่า ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์ไม่น้อยกว่า 2,250 ครอบครัว เสียปศุสัตว์ไปแล้วมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กว่า 7,000 ครอบครัว มีอาหารไม่พอกิน 

ปรากฏการณ์ซูดส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 3 ใน 4 ของมองโกเลีย และคาดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีก เนื่องจากยังไม่หมดฤดูหนาว 

มาเธโอบอกว่า ในขณะที่ที่อื่นๆ เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ในมองโกเลีย ฤดูหนาวยังลากยาวอยู่ หิมะยังปกคลุมพื้นดิน และปศุสัตว์กำลังจะตาย 

รัฐบาลมองโกเลียประกาศสภาวะเตรียมความพร้อมในระดับสูงตั้งแต่เดือนที่แล้ว จนถึงวันที่ 15 พ.ค. เพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ซูด ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สหพันธ์กาชาดระหว่างประเทศได้เรียกร้องให้มีการตั้งกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนของชาวมองโกเลียที่ไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ 

มาเธโอระบุว่า แม้จะมีการเตรียมพร้อมระดับสูงแล้ว ก็ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้ได้ หน่วยงานของเขาเตรียมพร้อมหลายอย่างมาก แต่ความรุนแรงของปรากฏการณ์นี้ก็ยังทำให้พวกเขาตกใจ 

ปรากฏการณ์ซูดสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจร้ายแรงต่อคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน และกระทบต่อการเดินทาง การค้า และการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการศึกษาของชาวมองโกเลียจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากถนนถูกตัดขาด

ทำการปรากฏการณ์ซูดในปีนี้ถึงรุนแรงมาก

ครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนมักจะย้ายถิ่นที่อยู่ไปตามฤดูกาล โดยเดินทางไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของมองโกเลีย เพื่อหาทุ่งใหญ่ใหม่ๆ ที่เป็นแหล่งอาหารสำหรับปศุสัตว์ 

ชาวมองโกเลียที่เลี้ยงสัตว์เร่ร่อนจะใช้ช่วงฤดูร้อนสะสมฟาง หญ้า และพืชผลต่างๆ เพื่อให้สัตว์ของพวกเขาผ่านฤดูหนาวไปได้ 

แม้ว่าคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนจะคุ้นเคยกับสภาพอากาศหนาวจัดของมองโกเลีย แต่ปรากฏการณ์ซูดเกิดขึ้นเมื่อภาวะแล้งในช่วงฤดูร้อน ตามมาด้วยหิมะตกหนักและอากาศหนาวสุดขั้ว ซึ่งอุณหภูมิอาจลดลงถึง -30 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น
 
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปริมาณหิมะที่ตกในมองโกเลียปีนี้สูงสุดในรอบ 49 ปี และปกคลุมพื้นที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศในช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดในเดือนม.ค. 

นอกจากนี้ มองโกเลียยังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ที่ฝนตกในช่วงฤดูร้อน ก่อนที่อุณหภูมิจะลดฮวบและมีหิมะตกเร็วกว่าปกติในเดือนพ.ย. จากนั้นอุณหภูมิก็กลับมาพุ่งสูงขึ้นทันที ทำให้หิมะละลาย จากนั้นก็ตามมาด้วยอากาศหนาวแบบฉับพลันที่ทำให้อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า -40 องศาในหลายพื้นที่ 

ซึ่งนั่นทำให้ทุ่งหญ้าขาดความอุดมสมบูรณ์ และสัตว์ไม่สามารถเก็บสะสมไขมันได้มากพอเมื่อถึงฤดูหนาว ขณะที่คนเลี้ยงสัตว์ก็ไม่สามรถเตรียมฟางได้เพียงพอเช่นกัน 

ปรากฏการณ์ซูดเริ่มเกิดถี่ขึ้นในมองโกเลียทำให้ทุ่งหญ้าและคนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนไม่มีเวลาฟื้นตัวระหว่างสภาพอากาศสุดขั้วแต่ละครั้ง 

มาเธโอ ผู้อำนวยการ IFRC ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบอกว่า ปรากฏการณ์ซูดเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นวงรอบ และมันกำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นมาแล้ว 6 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด 

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุว่า มองโกเลียเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุด โดยอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.1 องศาเซลเซียสในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา 

รายงานของหน่วยงานสหประชาชาติระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ทำให้ฤดูกาลในมองโกเลียแปรปรวน จากเดิมที่แยกเป็นสี่ฤดูได้ชัดเจน  ส่งผลให้ภัยแล้งแบบช่วงฤดูร้อนเกิดขึ้นซ้ำ และตามมาด้วยอากาศหนาวรุนแรง 

IFRC คาดว่า ผลกระทบจากวิกฤตในปีนี้จะรุนแรงกว่าปรากฏการณ์ซูดเมื่อปี 2010 ที่ทำให้สัตว์ตาย 10.3 ล้านตัว

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ