โบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ระบุว่า เดฟ คาลฮูน ประธานกรรมการบริหารของบริษัท จะลาออกตำแหน่งภายในสิ้นปีนี้ โดย สตีฟ มอลเลนคอปฟ์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ นอกจากนี้ สแตน ดีล ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเครื่องบินพาณิชย์ของโบอิ้ง จะเกษียนจากบริษัทเช่นกัน โดยมีรายงานว่า สเตฟานี โปป จะเข้ามาทำหน้าที่แทน ขณะที่
การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่นี้มีขึ้นหลังจากที่โบอิ้งเผชิญกับมรสุมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบินของอะแลสกาแอร์ไลน์ส ซึ่งบานปลายเป็นวิกฤตด้านความปลอดภัยที่ส่งผลต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่น
ราคาหุ้นของโบอิ้งได้ปรับตัวลดลง 1 ใน 4 ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่หลังข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ออกมา ราคาหุ้นโบอิ้งก็ขยับขึ้น 2.8% ในการซื้อขายก่อนเวลาเปิดตลาด
โบอิ้งกำลังเผชิญกับการตรวจอย่างหนักจากหน่วยงานกำกับดูแล และถูกทางการสหรัฐฯ สั่งระงับการผลิตเครื่องบินรุ่น 737 แม็กซ์เพิ่มเติม ระหว่างที่บริษัทพยายามแก้ปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน โบอิ้งกำลังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อบริษัทสปิริต แอโรซิสเต็ม (Spirit AeroSystems) ซึ่งเคยเป็นบริษัทในเครือ เพื่อที่จะควบคุมซัพพลายเชนของตัวเองได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายรายแสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่มีมานาน ซึ่งตอนที่คาลฮูนขึ้นเป็นซีอีโอเมื่อปี 2020 ก็เพราะเหตุผลนี้
คาลฮูนซึ่งเคยคุมบริษัทที่มีปัญหามาหลายแห่ง ขึ้นเป็นซีอีโอของโบอิ้งเมื่อเดือน ม.ค. 2020 โดยได้รับมอบหมายให้พาโบอิ้งฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุเครื่องบินรุ่นแม็กซ์ตก 2 ครั้งในปี 2018 และปี 2019 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 350 คน
หลังเหตุการณนั้น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ก็ได้จำกัดการผลิตของโบอิ้งเหลือ 38 ลำต่อเดือน แต่ไบรอัน เวสต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทไม่เคยผลิตได้ถึงจำนวนนั้น
ตั้งแต่คาลฮูนเข้ามาบริหาร โบอิ้งประสบปัญหาการผลิตล่าช้าอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว คาลฮูนแสดงความหวังว่า โบอิ้งจะเพิ่มการผลิตเครื่องบินรุ่นแม็กซ์ได้ โดยจะกลับไปผลิตให้ได้ 38 ลำต่อเดือน และเร่งการผลิตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้จากจุดนั้น แต่หลังจากเหตุแผงประตูเครื่องบินหลุดกลางอากาศเมื่อเดือน ม.ค. คาลฮูนก็ระบุว่า “ถึงเวลาที่ต้องไปช้า ๆ เพื่อที่จะไปได้เร็วในอนาคต”
"เศรษฐา" ควันออกหู สื่อจี้ ที่มาเงินดิจิทัล ไล่ไปฟังแถลงรายละเอียด