เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลายทางขยะผิดกฎหมายโลก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รายงานฉบับใหม่ของสหประชาชาติเปิดโปงกระบวนการ อาศัยช่องโหว่ ลักลอบค้าขยะผิดกฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานที่มีชื่อว่า Turning the Tide ที่เผยแพร่โดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นโอดีซี (UNODC) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้อธิบายให้เห็นคร่าว ๆ ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดรวมของขยะผิดกฎหมายที่ถูกส่งมาจากทั่วโลกได้อย่างไร  ซึ่งขยะที่ว่านี้รวมถึงขยะที่ย่อยสลายไม่ได้จำนวนมหาศาล ปีละหลายล้านตัน

ประเทศหลัก ๆ ที่นำเข้าขยะผิดกฎหมายในภูมิภาคนี้ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย

คอนเทนต์แนะนำ
KNU แถลงหลังยึด “เมียวดี” มุ่งรักษาเสถียรภาพไทย-เมียนมา
พบศพหญิงไทยอายุ 27 ปีถูกฆาตกรรมในบ้านพักที่อังกฤษ
ปู่ชาวเปรูฉลองวันเกิด 124 ปี เล็งยื่นบันทึกสถิติ “คนอายุยืนสุดในโลก”

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลายทางขยะผิดกฎหมายโลก AFP/Santirta Martendano
ภูเขากองขยะในอินโดนีเซีย

ในบรรดาขยะที่ถูกส่งจากทั่วโลกระหว่างปี 2017 ถึง 2022 พลาสติกเป็นประเภทขยะที่พบมากที่สุด โดยมีจำนวนเกือบ 43 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7 แสน 7 หมื่นล้านบาท)

นอกจากพลาสติกแล้ว ขยะประเภทอื่นๆ ที่ถูกส่งมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ โลหะ กระดาษ สิ่งทอ ชิ้นส่วนรถยนต์  และยังพบขยะอุตสาหกรรมและขยะทางการแพทย์อยู่บ่อยครั้ง 

รวมๆ แล้ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเข้าขยะโลหะ กระดาษ และพลาสติกมากกว่า 100 ล้านตันในช่วงเวลาดังกล่าว และตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี 

อย่างไรก็ตาม การค้าขยะทั่วโลกที่มีปริมาณมหาศาลเช่นนี้ หมายความว่าจะต้องมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมขยะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการทุจริต เนื่องจากผู้กระทำผิดจะหาโอกาสติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ออกใบอนุญาต ปลอมแปลงเอกสาร มองข้ามการละเมิด และขัดขวางการตรวจสอบ

กลุ่มผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องในการค้าขยะผิดกฎหมายที่มีกำไรสูง ฉวยโอกาสจากช่องโหว่ต่างๆ เช่น ติดป้ายแสดงที่ไม่ตรงกับความจริงเพื่อให้ผ่านศุลกากร  นอกจากนี้ ยังพบขยะอันตรายปะปนกับขยะที่เป็นของใช้ในครัวเรือนด้วย

ยกตัวอย่างในประเทศไทย ขยะบางประเภทไม่จำเป็นต้องสำแดง นอกจากนี้ ผู้ลักลอบค้าขยะสามารถส่งสินค้าของตัวเองโดยระบุว่าเป็น “สินค้ามือสอง” เพื่อนำเข้าขยะมากกว่าที่ได้รับอนุญาตได้ 

หรือในประเทศเวียดนาม ขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้งที่รีไซเคิลไม่ได้ก็ถูกติดป้ายว่าเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ เพื่อลักลอบนำเข้ามา และไม่มีการตั้งคำถามใดๆ 

รายงานระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกเป็นเป้าหมายกลุ่มอาชญากรรมที่ฉวยโอกาสจากความหลากหลายทางสังคมและเศรษฐกิจ และความแตกต่างในแนวทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ  เพื่อลักลอบค้าขยะผิดกฎหมายมานานแล้ว
 
และรายได้จากการขายขยะผิดกฎหมายนี้มักจะไหลเข้าไปสู่เครือข่ายเศรษฐกิจผิดกฎหมายในภูมิภาค ส่งเสริมคอร์รัปชัน และบ่อนทำลายกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่รวบรวมจาก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่าเรือสำคัญในสหภาพยุโรป 3 แห่ง และปฏิบัติการระหว่างประเทศ ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการส่งขยะผิดกฎหมายของทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง 

แต่แม้ว่าประเทศปลายทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีกฎหมายและมาตรการบังคับใช้  การลักลอบค้าขยะผิดกฎหมายก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับภูมิภาคนี้อยู่

เกือบทุกประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานท่าเรือจะตรวจคอนเทนเนอร์ที่เข้ามาทั้งหมดได้ ส่วนใหญ่จะสามารถตรวจได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของคอนเทนเนอร์ที่ผ่านเข้ามา

การค้าขยะผิดกฎหมายถูกมองว่าเป็นการกระทำผิดที่มีความเสี่ยงต่ำแต่กำไรสูง ทำให้จำนวนขยะที่ส่งจากประเทศรายได้สูง ไปยังประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง มีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

หลายประเทศในยุโรปตะวันตกถูกระบุว่าเป็นผู้ส่งออกขยะผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยระหว่างปี 2017 ถึง 2022 การค้าขยะพลาสติกทั่วโลก เกือบครึ่งมาจากสหภาพยุโรป 

คณะกรรมาธิการยุโรปประมาณการว่า การส่งขยะผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรปไปยังประเทศอื่นๆ ระหว่างปี 2017 ถึง 2022 สร้างรายได้ 9,500 ล้านยูโร (ราว 3 แสน 7 หมื่นล้านบาท) และคิดเป็น 15-30 เปอร์เซ็นต์ ของการค้าขยะทั้งหมดของสหภาพยุโรป

เมื่อขยะผิดกฎหมายไปถึงที่หมายปลายทาง ก็มักจะลงเอยที่บ่อขยะหรือสถานที่เก็บที่ผิดกฎหมาย หรือถูกเผากลางแจ้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์ 

การรายงานกรณีลักลอบค้าขยะในระดับโลกนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก โดยรายงานของ UNODC ระบุว่า การส่งขยะผิดกฎหมาย มีไม่ถึงครึ่งที่ถูกตรวจพบจริงๆ  และในหลายๆ กรณีที่ผู้กระทำผิดถูกจับ ก็มักจะไม่ได้รับโทษจำคุก ขณะที่ค่าปรับก็ต่ำมาก เมื่อเทียบกับความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประเทศปลายทาง 

กระบวนการส่งกลับเองก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ เนื่องจากขยะที่ถูกลักลอบนำเข้ามานั้นมักจะไม่สามารถสืบย้อนไปยังประเทศต้นทางได้ 

คอนเทนเนอร์ที่ถูกทิ้งไว้หรือไม่มีผู้รับที่ท่าเรือต่างๆ ทำให้ความพยายามในการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายยิ่งยากขึ้นไปอีก 

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงการขาดแคลนข้อมูลที่จะประเมินขอบเขตที่ทั้งหมดของการค้าขยะผิดกฎหมาย และการระบุความเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ รายงานของ UNODC ได้ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีการปฏิรูปกฎหมาย การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ การพัฒนาศักยภาพ การวิจัย และข้อมูล รวมถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อที่จะต่อสู้กับการค้าขยะผิดกฎหมายให้ได้ผล 

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ