เมื่อวันที่ 29 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การใช้พลังงานของผู้คนในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 8,302 เมกะวัตต์ หลังเจอกับคลื่นความร้อนรุนแรง
โดยในเขตมุงเกชปูร์ ซึ่งตั้งอยู่ย่านชานเมืองกรุงนิวเดลี มีรายงานตรวจพบอุณหภูมิผิดปกติอยู่ที่ 52.9 องศาเซลเซียส ส่วนสถานีตรวจวัดอุณหภูมิอีกหลายแห่งพบอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงจาก 45.2 องศาเซลเซียสไปจนถึง 49.1 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตามกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของอินเดียชี้ว่า สถานีตรวจวัดอุณหภูมิที่แสดงค่าอุณหภูมิพุ่งสูงจนทำลายสถิติ อาจมาจากความผิดพลาดของอุปกรณ์ตรวจวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า สถานีต่างๆได้บันทึกข้อมูลถูกต้องหรือไม่
ก่อนหน้านี้ในปี 2022 กรุงนิวเดลี มีการบันทึกอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 49.2 องศาเซลเซียส ขณะที่ในปี 2016 อินเดียเคยเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยสามารถวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 51 องศาเซลเซียส ในเมืองแห่งหนึ่งที่ตัั้งอยู่ริมทะเลทรายในรัฐราชสถาน ทางตะวันตกของอินเดีย
แม้ว่าอุณหภูมิพุ่งสูงในอินเดีย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับที่นั่น แต่จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายปีพบว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลทำให้คลื่นความร้อนยาวนานขึ้น เกิดบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้น
ขณะที่สัปดาห์นี้กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย ซึ่งรายงานถึงสภาวะคลื่นความร้อยรุนแรง ได้ออกประกาศเตือนภัยด้านสุขภาพในระดับสีแดงในกรุงนิวเดลี ซึ่งมีประชากรประมาณ 30 ล้านคน
โดยการแจ้งเตือนดังกล่าวชี้ว่า มีแนวโน้มสูงมากที่ผู้คนในทุกช่วงทุกวัยจะเกิดอาการป่วยจากความร้อน และโรคลมแดด พร้อมทั้งเตือนให้ดูแลผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
นอกเหนือจากการเตือนด้านสุขภาพแล้ว ทางการกรุงนิวเดลียังเตือนถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำด้วย โดยรัฐมนตรีกระทรวงน้ำของกรุงนิวเดลีได้สั่งการเจ้าหน้าที่ควบคุมการใช้น้ำในหลายพื้นที่ เพื่อให้มีน้ำไหลไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ
นอกจากนี้ยังจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 200 ทีมในการซ่อมแซ่มท้อน้ำประปารั่ว เพื่อยุติน้ำรั่วไหลและทำให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำ
สำหรับกรุงนิวเดลี ต้องอาศัยน้ำเกือบทั้งหมดจากรัฐหรยาณาและอุตตรประเทศ ซึ่งเป็นรัฐที่ทำเกษตรกรรม และมีความต้องการการใช้น้ำมหาศาล
ส่วนแม่น้ำยมุนา ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำคงคา และเป็นแม่น้ำที่มลพิษสูงที่ไหลผ่านกรุงนิวเดลี แต่กลับพบว่าระดับน้ำลดลงอย่างมากในช่วงฤดูร้อน