สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพอร์ทสมัธ (Portsmouth) และมหาวิทยาลัยบรูเนลลอนดอน (Brunel University London) ได้ทำการรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจากบริเวณท่าเรือชิชิสเตอร์ (Chichester) และท่าเรือแลงสโตน (Langstone) หลังมีความความกังวลเกี่ยวกับสถานะของน้ำ และรายงานการเจ็บป่วยของผู้คนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
โดยผลการศึกษาพบว่า สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมีสารเคมีที่เป็นอันตรายในระดับสูง
และที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้นคือ การพบว่า สารเคมีที่ว่านี้ เป็นสารเสพติด อย่างโคเคน ยาบ้า และยาอี
ทั้งนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า จากการตรวจสอบ พวกเขาพบสารที่เป็นยาบ้าในปู หอยนางรม และสาหร่ายทะเล และหนอน ที่อาศัยอยู่ในตะกอน
เบื้องต้น ยังไม่ทราบถึงผลกระทบของยาเสพติดที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลอย่างเต็มที่ แต่ศาสตราจารย์อเล็กซ์ ฟอร์ด นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยพอร์ทสมัธ คาดการณ์ว่า ยาเหล่านี้สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตบางชนิดได้
ส่วนสาเหตุที่ทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล มีสารเสพติดเหล่านี้ปนเปื้อน นักชีววิทยาทางทะเลรายนี้มองว่า อาจเกิดจาก การจัดการน้ำฝน และน้ำเสีย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็น หลุมฝังกลบอันเก่าแก่ และการจัดการที่ไม่ดี อาจทำให้สารเคมีต้องห้ามต่างๆ เมื่อสิบปีก่อนที่อยู่บริเวณนั้น รวมถึงปัจจัยการผลิตมากมายจากการเกษตร และอื่นๆ รั่วไหลลงไปในน้ำได้