เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินต่อเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองที่กฎหมายมีให้กับ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
โดยตุลาการศาลสูงสุดจำนวน 9 คนลงมติ 6 ต่อ 3 เสียงให้ทรัมป์ได้รับการคุ้มครองจากการปฏิบัติภารกิจของทางการระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
แต่ว่าหากการดำเนินการดังกล่าวของเขาระหว่างนี้เกิดขึ้นนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่นอกราชการ เช่นเป็นการกระทำส่วนตัว ทรัมป์ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองในส่วนนี้
ทั้งนี้ศาลสูงสุดได้ส่งสำนวนกลับไปที่ศาลระดับรองลงมา เพื่อให้พิจารณาว่า คดีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหานั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร และเป็นงานที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะประธานาธิบดีหรือไม่
นี่ถือเป็นคำตัดสินครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศในศตวรรษที่ 18 ที่ศาลสูงสุดได้ประกาศว่าอดีตประธานาธิบดีอาจได้รับการปกป้องจากข้อกล่าวหาทางอาญาไม่ว่าจะเป็นคดีใดก็ตาม
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา โดยยกย่องคำตัดสินดังกล่าวว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ต่อรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตยของสหรัฐฯ
ทั้งนี้คำตัดสินนี้มีขึ้น หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นอุทธรณ์ ต่อคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ตัดสินยกคำร้องของเขา ที่อ้างว่า การฟ้องร้องต่อตัวเขาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากข้อกล่าวหาล้มล้างผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 มีความเกี่ยวพันกับหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดี
สำหรับคดีนี้ถูกส่งฟ้องต่อศาลโดย แจ็ก สมิธ ที่ปรึกษาพิเศษกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวหาทรัมป์ว่า ได้ใช้ข้ออ้างการโกงเลือกตั้งอันเป็นเท็จเพื่อกดดันให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ เจ้าหน้าที่ และไมค์ เพนซ์รองประธานาธิบดี ยกเลิกผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ที่ โจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายชนะ
ไทยจ่อเข้าสู่สภาวะ “ลานีญา” ฝนเพิ่มเล็กน้อย แต่อุณหภูมิยังคงสูง