บ่ายวันที่ 23 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ “กมลา แฮร์ริส” รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวเต็งที่คาดว่าจะได้เป็นแคนดิเดตพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน โจ ไบเดน ได้จัดงานปราศรัยหาเสียงครั้งแรกขึ้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเป็นสมรภูมิสำคัญ
แฮร์ริสหาเสียงอต่อฝูงชนประมาณ 3,000 คนด้วยการโจมตีคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ โดยบอกว่า การเลือกตั้งในเดือน พ.ย. เป็นการเลือกระหว่าง “อดีตอัยการ” กับ “ผู้ต้องหาในคดีอาญา”
เธอเปรียบเทียบทรัมป์ว่าเป็นเหมือนพวกฉ้อโกงที่เธอเคยดำเนินคดีแล้ว และเน้นย้ำถึงประสบการณ์ของเธอในฐานะอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย
“ฉันจัดการกับผู้กระทำผิดทุกประเภท ทั้งพวกนักล่าที่ล่วงละเมิดผู้หญิง พวกฉ้อฉลที่โกงผู้บริโภค พวกคนขี้โกงที่แหกกฎเกณฑ์เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ... ฉันรู้จักคนประเภทอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ดี ในการหาเสียงนี้ ฉันขอสัญญากับคุณ ฉันจะนำผลงานของฉันมาสู้กับเขาอย่างภาคภูมิใจ”
ฝูงชนตะโกนตอบว่า “กมลา! กมลา!” ขณะที่ผู้สังเกตการณ์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ความกระตือรือร้นของผู้ชมตรงกันข้ามกับที่เห็นในการหาเสียงของไบเดนก่อนหน้านี้
เมื่อมีการเอ่ยชื่อคู่ต่อสู้จากพรรครีพับลิกัน ประชาชนหลายคนยังตะโกนว่า “ขังเขาไว้” ซึ่งเป็นคำที่เคยถูกใช้เพื่อต่อต้านทรัมป์เมื่อครั้งเขาลงสมัครแข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับ ฮิลลารี คลินตัน ในปี 2016
แฮร์ริสยังกล่าวถึงความสำคัญของแนวคิดเสรีนิยมหลายประการในสุนทรพจน์ของเธอ ตั้งแต่การควบคุมอาวุธปืนและการเข้าถึงการทำแท้ง ตลอดจนความยากจนของเด็ก สิทธิของสหภาพแรงงาน และการรักษาพยาบาลที่ราคาไม่แพง
“เราต้องการอาศัยอยู่ในประเทศแห่งเสรีภาพ ความเห็นอกเห็นใจ และหลักนิติธรรม หรือประเทศแห่งความโกลาหล ความกลัว และความเกลียดชัง?” เธอกล่าว
ทั้งนี้ ภาพที่ปรากฏในการหาเสียงครั้งแรกของแฮร์ริสถือว่าเปิดตัวได้ค่อนข้างสวยงาม ประกอบกับการรณรงค์หาเสียงของแฮร์ริสที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถระดมทุนสนับสนุนได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (3.6 พันล้านบาท) แล้ว ในเวลาเพียง 36 ชั่วโมงหลังจากที่ไบเดนถอนตัวจากการลงเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ผลสำรวจระดับชาติชุดใหม่จากรอยเตอร์และอิปซอสยังแสดงให้เห็นว่า เธอมีคะแนนความนิยมนำเหนือทรัมป์อยู่ที่ 44% ต่อ 42%
แต่เธอจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจน โทนี ฟาบริซิโอ ผู้สำรวจความคิดเห็นคาดการณ์ว่า “ช่วงฮันนีมูน” ของเธอกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะสิ้นสุดลงในที่สุด และจะมีการกลับมามุ่งเน้นไปที่บทบาทของเธอที่ผ่านมาในฐานะคู่หูของไบเดน
ซึ่งในประเด็นดังกล่าว ทรัมป์ได้ออกมาโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขา Truth Social เกี่ยวกับผลสำรวจที่พบว่า แฮร์ริสเป็นรองประธานาธิบดีที่ไม่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังหาเสียงด้วยการโจมตี “ความล้มเหลว” ของแฮร์ริสในการสกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ไหลบ่าเข้ามาที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณว่าจะโจมตีประเด็นสถิติอาชญากรรมและเงินเฟ้อของฝ่ายบริหารไบเดน-แฮร์ริสด้วย
สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนยังกล่าวหาว่าเธอให้ประกันตัว “ฆาตกร ผู้ข่มขืน และผู้กระทำผิดความรุนแรงอื่น ๆ” รวมถึงดูหมิ่นอิสราเอล และหลอกลวงสาธารณชนชาวอเมริกันเกี่ยวกับความนิยมที่ลดลงของไบเดน
ในระหว่างการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวถึงแฮร์ริสว่า “เธอเป็นคนหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย แต่ประเทศนี้ไม่ต้องการให้คนหัวรุนแรงมาทำลายมัน ผมคิดว่าเธอน่าจะง่ายกว่าไบเดน เพราะเขาอยู่ในกระแสหลักมากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่มาก”
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาพร้อมที่จะดีเบตกับเธอในเดือน ก.ย.
เรียบเรียงจาก BBC