นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิงหวาของจีน มหาวิทยาลัย LSCE และมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ ของสหราชอาณาจักรได้เผยแพร่ผลการศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในที่ประชุมนานาชาติในประเทศบราซิล
โดยผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก คืออุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งนี่ทำให้พืชพรรณในป่าแอมะซอน และป่าฝนอื่นๆ เผชิญกับความแห้งแล้ง และเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นในแคนาดาได้ขัดขวางป่าไม้ในการดูดซับคาร์บอน
ด้านผู้ร่วมเขียนผลการศึกษาดังกล่าว และผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอน ระบุว่า หากปราศจากระบบทางธรรมชาติเหล่านี้ และป่าได้กักเก็บคาร์บอนได้เพียงบางส่วน โลกของเราอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นเร็วขึ้น พร้อมเปรียบป่าไม้กับต้นไม้ในบ้าน หากต้นไม้เหล่านี้ไม่ได้รับการรดน้ำ พวกมันก็จะไม่เติบโต และทำหน้าที่ที่ของมัน
สตีเฟน ซิทช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอน กล่าวว่า ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าภัยแล้งในระบบนิเวศป่าเขตร้อนบางแห่ง เช่น ป่าแอมะซอน คุณลองจินตนาการถึงต้นไม้ของคุณที่บ้าน ถ้าคุณไม่รดน้ำ มันก็ไม่ได้ผลมากนัก มันไม่โต และไม่ดูดซับคาร์บอน หากพูดให้กว้างๆ เช่น ป่าแอมะซอน เผชิญกับความแห้งแล้ง และเกิดไฟป่า ซึ่งโดยปกติจะไม่เกิดขึ้นทั่วไปในป่าฝน ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถดูดซับคาร์บอนได้มากนัก อย่างเช่น การสังเคราะห์ด้วยแสง
ทั้งนี้ผลการศึกษาดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการทบทวน โดยผู้ทรงคุณวุฒิกับวารสารวิชาการ แต่นักวิทยาศาสตร์ 3 คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องการงานวิจัยชิ้นนี้เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ข้อสรุปของงานวิจัยดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่า การลดลงของแหล่งกักเก็บคาร์บอนบนผืนดินต่างๆมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ เช่นปี 2023 แต่อุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ปีที่แล้วพื้นที่กักเก็บคาร์บอนลดลงมากเป็นพิเศษ ซึ่งผลที่ตามมาก็รุนแรงกว่าในอดีต เพราะปัจจุบันมนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นกว่าที่เคยมีมา
เปิดจุด Walk - in ลงทะเบียน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 5,000 แห่ง