สหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศในอิรักเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตของเลบานอน และสังหารผู้บัญชาการระดับสูงที่สุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ตำรวจอิรักและแหล่งข่าวทางการแพทย์ระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นที่ฐานทัพของกองกำลังระดมประชาชน (Popular Mobilization Forces; PMF) ทางใต้ของกรุงแบกแดด
“แวกเนอร์” สูญเสียหนัก ถูกกบฏมาลีซุ่มโจมตี ผู้บัญชาการพลีชีพ
ปฏิบัติการครั้งนี้สังหารสมาชิกกลุ่มดังกล่าวไป 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน โดย PMF ไม่ได้ออกมากล่าวหาว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศในเมืองมูซายิบ ในจังหวัดบาบิล แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ยังกล่าวอีกว่า การโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายไปที่กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ มองว่ากำลังพยายามยิงโดรน และเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตร
“การกระทำนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อความปลอดภัยของบุคลากรของเรา” เจ้าหน้าที่กล่าว
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จรวดหลายลูกถูกยิงไปยังฐานทัพอากาศ Ain al-Asad ในอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ โดยไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ไม่มีจรวดลูกใดโจมตีถูกฐานทัพดังกล่าว
การโจมตีล่าสุดนี้ถือเป็นการโจมตีอิรักครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิรักและซีเรียต่อเป้าหมายมากกว่า 85 แห่งที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) และกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน
กองกำลังระดมประชาชนซึ่งมีกำลังพล 150,000 นาย เป็นกลุ่มกึ่งทหารของอิรักที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐ โดยมีแกนนำเป็นกลุ่มติดอาวุธหนักที่ภักดีต่ออิหร่านและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ IRGC
เรียบเรียงจาก Reuters
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา