เมื่อวันที่ 12 ส.ค. กองทัพอิสราเอลเปิดเผยในแถลงการณ์ โดยระบุว่า พล.ท.เฮอร์ซี ฮาเลวี เสนาธิการกองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (IDF) ได้จัดการประเมิน และอนุมัติแผนการรบในแนวรบต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตีจากอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และปฏิบัติการอยู่ในเลบานอน
จากแถลงการณ์ของกองทัพอิสราเอลระบุว่า ผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำถึงความต่อเนื่องของความพร้อมในระดับสูงสุด ตลอดจนความพยายามในการประเมินสถานการณ์จากการโจมตี และป้องกันภัย
ส่วน โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้ระบุเช่นเดียวกันว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอิสราเอลได้เสริมกำลังการป้องกันประเทศ และเตรียมพร้อมรับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้กลับ หรือดำเนินการเชิงรับหากจำเป็น พร้อมย้ำว่า เวลานี้อิสราเอลอยู่ในยุคของการเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมจากภัยคุกคามของอิหร่าน และเลบานอนที่อาจเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้รายงานดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่สำนักฟ็อกซ์นิวส์ รายงาน โดยอ้างอิงแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า อิหร่านจะเริ่มโจมตีอิสราเอลภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า หลังเกิดเหตุสังหารสมาชิกอาวุโสของกลุ่มติดอาวุธฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อน
แม้ว่าอิสราเอลไม่ได้ยืนยัน หรือปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุสังหาร แต่อิหร่านยังคงยืนกรานว่า อิสราเอลต้องรับผิดชอบ และจะตอบโต้กลับ
ขณะที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เพื่อเตือนอิหร่านให้ยับยั้งชั่งใจ และหลีกเลี่ยงไม่ให้ตะวันออกกลางเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ รวมถึงสร้างอันตรายต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และการปล่อยตัวประกัน
แถลงการณ์ร่วมยังย้ำว่า หากอิหร่านโจมตีอิสราเอล อิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อผลของการกระทำที่เป็นอันตรายต่อโอกาสในการสร้างสันติภาพ และเสถียรภาพในตะวันออกกลางด้วย และย้ำว่าไม่มีประเทศใดที่จะได้รับประโยชน์จากความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค