วันที่ 21 ส.ค. สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า กองทัพอาระกัน (AA) หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมังดอว์ (Maungdaw) ในรัฐยะไข่ ทางตอนเหนือของประเทศได้แล้ว
มังดอว์เป็นเมืองสุดท้ายในรัฐยะไข่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเมียนมา โดยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ติดกับชายแดนบังกลาเทศ และตกอยู่ภายใต้การโจมตีของกองทัพอาระกันมานาน 2-3 เดือน
กองกำลังชาติพันธุ์เปิดฉากโจมตีเมืองมังดอว์ครั้งแรกเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านั้นเพิ่งยึดเมืองระตีด่อง (Rathedaung) และบูตีด่อง (Buthidaung) ในรัฐยะไข่ได้เมื่อเดือน มี.ค. และ พ.ค. ตามลำดับ
โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 1.22 แสนล้าน รองรับ "ดิจิทัลวอลเล็ต"
กองทัพอาระกันโจมตีโครงสร้างของรัฐบาลทหารในและรอบ ๆ เมืองมังดอว์ รวมถึงกองพันรักษาชายแดนในเขตเมียวทูจี และได้ยึดโครงสร้างอื่น ๆ ของรัฐบาลทหารอีก 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ทางตะวันออก ใต้ และเหนือของเมือง
การโจมตีชุดใหญ่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 4 ส.ค. เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอาระกันยึดโครงสร้างสำคัญของรัฐบาลทหารในเมืองมังดอว์ได้
กองทัพชาติพันธุ์กล่าวว่า รัฐบาลได้เปลี่ยนกองพันรักษาชายแดนในเขตเมียวทูจีของเมืองให้กลายเป็นป้อมปราการ หลังจากกองทัพอาระกันเข้ายึดสำนักงานใหญ่ของกองบัญชาการปฏิบัติการทหารที่ 15 ในเขตชายแดนเมืองบูตีด่อง ตลอดจนโครงสร้างของทหารในชนบทเมืองมังดอว์
พวกเขาเสริมว่า ได้ช่วยเหลือพลเรือนมากกว่า 2,000 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศและครอบครัวของพวกเขา จากเมืองมังดอว์
ชาวเมืองมังดอว์คนหนึ่งกล่าวว่า “กองทัพอาระกันได้ช่วยเหลือพลเรือนชาวยะไข่ ฮินดู และมุสลิมที่ติดอยู่ในเมืองมังดอว์ เป็นการยุติธรรมที่จะกล่าวว่า กองทัพอาระกันเข้ายึดครองเขตส่วนใหญ่ในเมืองได้”
ชาวเมืองกล่าวว่า รัฐบาลทหารเมียนมาได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศและยิงปืนอย่างต่อเนื่องระหว่างการสู้รบในเมืองมังดอว์ ก่อนที่ทหารเมียนมาหลายร้อยนายจะหลบหนีออกจากเมืองเมื่อวันที่ 14 ส.ค. หลังจากกองทัพอาระกันใช้โดรนโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมา
“ทหารของกองทัพเมียนมาทั้งหมดในเมืองมังดอว์ได้หลบหนีไปแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
เรียบเรียงจาก Irrawaddy