บริษัท Air Sea Heritage Foundation และ Search Inc เปิดเผยว่า พวกเขาค้นพบซากเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่รู้จักกันในชื่อ “เรือผีแห่งแปซิฟิก” (Ghost Ship of the Pacific) บริเวณนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย
เรือผีแห่งแปซิฟิกมีชื่อจริง ๆ คือ เรือยูเอสเอสสจวร์ต (USS Stewart) ถูกจมลงโดยเจตนาในระหว่างการฝึกซ้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. 1946 และปัจจุบันได้ค้นพบซากของเรือแล้ว
ยานยนต์ใต้น้ำไร้คนขับ (AUV) จำนวน 3 ลำของบริษัทสำรวจทางทะเล Ocean Infinity ได้สแกนพื้นมหาสมุทรในเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำแห่งชาติคอร์เดลล์แบงก์ (Cordell Bank) นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียเป็นเวลา 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยข้อมูลจากโซนาร์และเครื่องวัดเสียงสะท้อนเผยให้เห็นว่า เรือสจวร์ตจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 1 กิโลเมตรใต้ผิวน้ำ
“การสแกนด้วยโซนาร์เบื้องต้นเผยให้เห็นว่า เรือสจวร์ตยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้เป็นส่วนใหญ่ และตัวเรือซึ่งยังคงดูเพรียวบางและสง่างามนั้นเกือบจะตั้งตรงอยู่บนพื้นทะเล” แถลงการณ์ระบุ
บริษัทเสริมว่า “ระดับความสมบูรณ์นี้ถือว่าพิเศษมากสำหรับเรือที่มีอายุมากขนาดนี้ และทำให้เรือลำนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างเรือพิฆาตแบบสี่เสาของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา”
ทีมยังได้ทำการสำรวจด้วยโซนาร์อีกครั้งและส่งยานยนต์ควบคุมระยะไกลที่ติดตั้งกล้องลงไปเพื่อทำการตรวจสอบด้วยสายตา
สำหรับเรือยูเอสเอสสจวร์ตซึ่งเข้าประจำการในปี 1920 นั้นมีชีวิตที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย
แจกลิสต์ “เมนูอาหารเจ 108 อย่าง” ทำกินได้ทุกวัน ตลอดเทศกาลกินเจ
เรือลำนี้ได้รับความเสียหายในการต่อสู้กับกองกำลังญี่ปุ่นในปี 1942 และถูกศัตรูยึดครองไว้ และถูกเปลี่ยนเป็นเรือตรวจการณ์หมายเลข 102 ของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น
แถลงการณ์ระบุว่า “ในไม่ช้า นักบินฝ่ายพันธมิตรเริ่มรายงานภาพประหลาดของเรือพิฆาตเก่าของสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติการลึกเข้าไปหลังแนวข้าศึก จนกระทั่งพบเรือสจวร์ตลอยน้ำอยู่ที่เมืองคูเระ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ปริศนาของเรือผีในมหาสมุทรแปซิฟิกจึงถูกไขในที่สุด”
จากนั้นเรือถูกนำกลับไปที่ซานฟรานซิสโก ก่อนที่จะถูกใช้เป็น “เป้าฝึกซ้อม” ของกองทัพเรือ และจมลงหลังจากถูกไฟคลอกนานกว่า 2 ชั่วโมงเมื่อราวปี 1946
“ในทศวรรษต่อมา เรื่องราวของเรือสจวร์ตดึงดูดความสนใจของนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และผู้ที่ชื่นชอบการเดินเรือ และการค้นพบซากเรืออีกครั้งได้กลายเป็นภารกิจการสำรวจระดับชาติที่สำคัญ ผ่านไปกว่า 78 ปีจึงจะพบซากเรือลำนี้” แถลงการณ์ระบุ
ด้าน พลเรือเอก ซามูเอล เจ. ค็อกซ์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองบัญชาการประวัติศาสตร์และมรดกทางเรือและผู้ดูแลกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมทีมที่ค้นพบเรือลำนี้
“ไม่ว่าจะสูญหายในการรบหรือจมลงเพราะถูกไฟคลอก เรือรบยังคงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินตลอดไป การทราบที่ตั้งและสภาพของซากเรือดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนที่ไม่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายเรือจมทางทหารของสหรัฐฯ” ค็อกซ์กล่าว
เรียบเรียงจาก CNN