ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก National Geographic Society รายงานการค้นพบปะการังขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีลักษณะเป็น “ปะการังยักษ์” (Mega Coral) และมีขนาดใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบัน
ปะการังยักษ์เป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกันจำนวนมากและรวมกันเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน แตกต่างจากแนวปะการังที่เกิดจากปะการังหลายกลุ่มรวมตัวกัน
นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปะการังยักษ์นี้เรียกว่า “Pavona clavus” อาจมีอายุมากกว่า 300 ปี และเป็นที่อยู่อาศัยของกุ้ง ปู ปลา และสัตว์ทะเลอื่น ๆ
มานู ซาน เฟลิกซ์ ตากล้องที่ทำงานบนเรือของ National Geographic เป็นผู้ค้นพบปะการังยักษ์นี้ขณะเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่ใกล้หมู่กะโซโลมอนในแปซิฟิกเพื่อดูว่าพื้นที่เหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไรบ้าง
ดูบอลสด อุ่นเครื่อง ฟีฟ่า เดย์ ไทย พบ เลบานอน 14 พ.ย.67
เฟลิกซ์เล่าว่า “ผมไปดำน้ำในสถานที่ที่แผนที่ระบุว่ามีเรืออับปาง จากนั้นผมก็เห็นบางอย่าง”
เขาเรียกบัดดี้ดำน้ำของเขาซึ่งก็คือลูกชายที่ชื่ออินิโอเข้ามา และพวกเขาก็ดำน้ำลงไปอีกเพื่อตรวจสอบปะการังยักษ์นี้
เฟลิกซ์บอกว่า การได้เห็นปะการังยักษ์ซึ่งอยู่ที่หมู่เกาะโซโลมอนนั้นเหมือนกับการได้เห็นมหาวิหารใต้น้ำ “ผมรู้สึกเคารพอย่างยิ่งต่อสิ่งที่อยู่ในที่แห่งหนึ่งและอยู่รอดมาได้หลายร้อยปี ผมยังคิดเลยว่า ว้าว นี่มันอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนที่นโปเลียนยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ”
นักวิทยาศาสตร์ได้วัดขนาดปะการังโดยใช้สายวัดชนิดหนึ่งใต้น้ำ และพบว่าปะการังยักษ์นี้มีขนาดกว้าง 34 เมตร ยาว 32 เมตร และสูง 5.5 เมตร
ปะการังทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างรุนแรงเนื่องจากมหาสมุทรอุ่นขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ที่ปะการังยักษ์นี้ยังรอดมาได้จากการถูกทำลายจากโลกร้อนอาจเป็นเพราะมันอยู่ในระดับน้ำที่ลึกกว่าแนวปะการังบางแห่ง ซึ่งอาจช่วยปกป้องปะการังจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นที่ผิวน้ำทะเล
เอริก บราวน์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านปะการังในทีมวิจัยของ National Geographic กล่าวว่า สุขภาพของปะการังดูดีมาก “แม้ว่าแนวปะการังตื้นในบริเวณใกล้เคียงจะเสื่อมโทรมลงเนื่องจากน้ำทะเลอุ่นขึ้น แต่การได้เห็นปะการังที่อุดมสมบูรณ์และใหญ่โตในน่านน้ำที่ลึกขึ้นเล็กน้อยก็ถือเป็นความหวัง”
ด้าน เทรเวอร์ มาเนมาฮากา รัฐมนตรีกระทรวงสภาพอากาศของหมู่เกาะโซโลมอน กล่าวว่า ประเทศของเขาจะต้องภูมิใจกับปะการังที่เพิ่งค้นพบนี้ “เราต้องการให้โลกรู้ว่านี่คือสถานที่พิเศษและจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง”
เขาเสริมว่า “เราพึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเป็นหลักเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ดังนั้นปะการังจึงมีความสำคัญมาก และเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจของเราที่จะต้องแน่ใจว่าปะการังของเราจะไม่ถูกใช้ประโยชน์”
ประเทศเกาะขนาดเล็กอย่างหมู่เกาะโซโลมอนมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาเนมาฮากากล่าวว่า เขาได้เห็นผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่มีต่อประเทศของเขาด้วยตาตนเอง เนื่อทั้งพายุไซโคลนที่รุนแรงขึ้นและแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะจนบ้านเรือนพังทลายลงไปในน้ำ
เรียบเรียงจาก BBC