เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีแผนจะให้การสนับสนุนด้านอาวุธในระยะยาวแก่ยูเครนอีก 988 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.36 หมื่นล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน กำลังเร่งใช้งบประมาณที่เหลือทั้งหมดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาเพื่อสนับสนุนยูเครนก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งในเดือน ม.ค. 2025
แพ็กเกจความช่วยเหลือล่าสุดนี้จะรวมถึงโดรนและอาวุธเพิ่มเติมสำหรับระบบจรวดสมรรถนะการเคลื่อนที่สูง หรือไฮมาร์ส (HIMARS) ที่สหรัฐฯ จัดหาให้
แพ็กเกจมูลค่า 988 ล้านดอลลาร์นี้เป็นส่วนขยายเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.47 หมื่นล้านบาท) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งรวมถึงระบบต่อต้านโดรนและอาวุธ HIMARS โดยอาวุธดังกล่าวจะถูกดึงมาจากคลังแสงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อส่งไปยังแนวหน้าได้เร็วขึ้น
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนไปแล้วกว่า 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.1 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อเดือน ก.พ. 2022
ออสตินกล่าวว่า “ไม้ต่อจะถูกส่งผ่านในไม่ช้านี้ คนอื่น ๆ จะเข้ามาเป็นผู้กำหนดแนวทางข้างหน้า และผมหวังว่าพวกเขาจะใช้ความแข็งแกร่งที่เราได้สั่งสมมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา”
ยูเครนกำลังเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงขึ้นจากรัสเซีย ซึ่งขณะนี้กำลังใช้ทหารเกาหลีเหนือหลายพันนายเพื่อเสริมกำลังในการต่อสู้เพื่อยึดพื้นที่ภูมิภาคเคิร์สก์คืนมา
ท่ามกลางคำถามว่า ทรัมป์จะรักษาการสนับสนุนทางทหารต่อยูเครนหรือไม่ รัฐบาลของไบเดนจึงพยายามใช้งบประมาณที่เหลือทั้งหมดจากร่างกฎหมายความช่วยเหลือต่างประเทศจำนวนมหาศาลที่ผ่านเมื่อต้นปีนี้เพื่อให้ยูเครนแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ออสตินบอกว่า “รัฐบาลชุดนี้ได้ตัดสินใจแล้ว เช่นเดียวกับพรรคทั้งสองพรรคในรัฐสภา รัฐบาลชุดต่อไปต้องตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง”
เรียบเรียงจาก Associated Press