แถลงการณ์ของกองบัญชาการภูมิภาคตะวันออกกลางสหรัฐฯหรือ "เซนท์คอม" ( CENTCOM) ระบุว่าการโจมตีทางอากาศเป้าหมายหายแห่งในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อวานนี้ (เสาร์ 21 ธ.ค.) มีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางและลดทอนศักยภาพของกลุ่มฮูตีในการก่อเหตุเช่นการโจมตีเรือรบสหรัฐฯและเรือสินค้าทางตอนใต้ของทะเลแดง ช่องแคบบับ อัล-มานเด็บ (Bab al-Mandeb) และอ่าวอีเดน
โดยก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐฯได้ส่งเครื่องบินรบโจมตีที่ตั้งด้านการบัญชาการและสั่งการของกลุ่มฮูตี ซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยเมน
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ 21 ธ.ค.กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงเทลอาวีฟ ของอิสราเอล โดย โฆษกลุ่มฮูตีระบุว่าอาวุธที่ใช้คือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง เและมีเป้าหมายคือที่ตั้งทางทหารในอิสราเอล
โดย องค์กรผู้ให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินของอิสราเอล ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกเศษกระจกหนักต่าง ที่แตกเพราะแรงระเบิดบาดเป็นแผลจำนวน 16 คน รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยขณะหาที่หลบภัยอีก 14 คน และมีผู้เกิดอาการคื่นตกใจอีก 7 คน
ด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าระหว่างที่เกิดการโจมตี ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้พยายามยิงสกัด แต่ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีได้ ซึ่งกองทัพอากาศกำลังสืบสวนปัญหาที่เกิดขึ้น
สำหรับกลุ่มฮูตี เริ่มโจมตีอิสราเอลและเรือขนส่งในทะเลแดง หลังจากสงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์
โดยกองทัพอิสราเอล ระบุว่าตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมามีจรวดและโดรนรวมกว่า 400 ลำถูกยิงมาจากเยเมน แต่ส่วนใหญ่ถูกยิงสกัดเอาไว้ได้
ขณะที่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮูตี และท่าเรือหลายแห่ง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลวงกรุงซานา โดยสถานีโทรทัศน์ “อัล มาซิราห์ ทีวี” ของกลุ่มฮูตี รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 9 คน ที่เมืองท่าซาลิฟ และที่คลังน้ำมัน "ราส อิสซา”
ส่วนความคืบหน้าการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปาเลสไตน์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการพูดคุย ว่าการเจรจาปล่อยตัวประกัน เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 90% แต่มีบางประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหาข้อยุติร่วมกัน
หนึ่งในประเด็นที่คณะผู้เจรจายังเห็นต่างกันคือการคงทหารของอิสราเอลเอาไว้บนเส้นทาง “ฟิลาเดลฟี (Philadelphi corridor) ตามแนวชายแดนทางใต้ของฉนวนกาซา ด้านที่ติดกับประเทศอียิปต์
นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ของการจัดตั้งเขตกันชนระยะทางหลายกิโลเมตร ตามแนวชายแดนอิสราเอลกับฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลจะประจำการทหารเอาไว้ภายในพื้นที่นี้
สำหรับการหยุดยิงในรอบนี้คาดว่าจะบรรลุข้อตกลง ภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ที่จะรวมถึงการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 20 คน ต่อทหารหญิงของอิสราเอลที่ถูกจับเอาไว้ 1 นายในช่วงที่ 1 ของการหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตกลงกันว่า นักโทษปาเลสไตน์ที่จะได้รับการปล่อยตัวเป็นใคร แต่คาดว่าจะอยู่ใน 400 คนที่ถูกตัดสินจำคุกในอิสราเอลมากกว่า 25 ปีขึ้นไป
ส่วนตัวประกันอิสราเอลจะได้รับการทยอยปล่อยตัวในช่วงการหยุดยิง เนื่องจากกลุ่มฮามาสอาจต้องการเวลาเพื่อระบุตำแหน่งตัวประกันที่หายไป โดยตอนนี้คาดกันว่าเหลือตัวประกันในฉนวนกาซาทั้งหมด 96 คน แต่อิสราเอลเชื่อว่าในจำนวนนี้ มีเพียง 62 คนที่ยังมีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ ประชากรของกาซาอาจสามารถกลับไปยังถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ทางเหนือได้ ภายใต้ระบบการควบคุมดูแลโดยอียิปต์กับกาตาร์ โดยจะมีรถบรรทุกขนส่งของช่วยเหลือเข้าสู่กาซาประมาณ 500 คันต่อวัน
และในช่วงสุดท้ายของการหยุดยิง คาดว่าจะมีการยุติสงครามที่ดำเนินมา 14 เดือนนี้ โดยฉนวนกาซาจะถูกควบคุมดูแลโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการจากในฉนวนกาซาเอง และจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดมาก่อน และได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายของปาเลสไตน์