วันที่ 7 ม.ค. กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ เปิดเผยหลักฐานใหม่เกี่ยวกับสาเหตุของโศกนาฏกรรมเครื่องบินเจจูแอร์ (Jeju Air) ที่ต้องลงจอดฉุกเฉินจนชนเข้ากับเนินคอนกรีตและระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 179 ราย
โดยหลักฐานใหม่ดังกล่าวคือ “ขนนก” ที่ติดค้างอยู่ภายในซากเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง B737-800 ลำที่เกิดเหตุ
อี ซึงยอล หัวหน้าคณะสอบสวนอุบัติเหตุของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางการบินและทางรถไฟ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ได้รับการยืนยันแล้วว่า ‘สาเหตุแรก’ ของอุบัติครั้งนี้ เกิดจากนกชนเครื่องบิน”
จากสัญญาณฉุกเฉิน (เมย์เดย์) ที่นักบินนส่งถึงหอควบคุมการจราจรทางอากาศไม่กี่นาทีก่อนเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับคำให้การของลูกเรือที่รอดชีวิต ทำให้มีการคาดการณ์มาโดยตลอดว่า สาเหตุแรกของเหตุการณ์นี้คือนกชนเครื่องบิน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีหลักฐานเป็นรูปธรรมยืนยันอย่
อี ซึงยอล บอกว่า “ดูเหมือนว่าจะมีเครื่องยนต์หนึ่งเครื่องถูกชน แต่เราต้องดูว่าเกิดความเสียหายขึ้นกับเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องหรือไม่ หรืออีกเครื่องหนึ่งไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะรุนแรงก็ไม่ได้หมายความว่าเครื่องยนต์จะดับทันที”
เขาเสริมว่า “ขณะที่ขุดเศษดินที่เข้าในซากเครื่องยนต์ออก เราก็พบขนนกบางส่วน เราวางแผนที่จะตรวจสอบว่านกเป็นสายพันธุ์อะไร และเข้าไปในเครื่องยนต์ได้อย่างไร โดยการตรวจสอบภายในเครื่องยนต์”
แม้ว่าการชนนกที่ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุเบื้องต้นของโศกนาฏกรรมสายการบินเจจูแอร์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่จะต้องสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมระบุสาเหตุทั้งหมดของอุบัติเหตุครั้งนี้
โดยหนึ่งในจุดประสงค์หลักขณะนี้คือ รวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันว่า การที่นกชนเครื่องบินเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ผิดปกติจนกางล้อไม่ได้หรือไม่ เพราะขนนกนี้เพียงยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่า นกถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ แต่เป็นเพียงชิ้นส่วนเดียวของปริศนา และยังไม่ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของอุบัติเหตุหรือไม่
สถาบันวิจัยอวกาศเกาหลีมีแผนจะทำการตรวจด้วยกล้องเพื่อระบุตำแหน่งและขอบเขตของความเสียหายของเครื่องยนต์ และตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ความเสียหายเกิดจากการชนของนกหรือไม่
นอกจากนี้ ทีมสอบสวนยังวางแผนที่จะรวบรวมและตรวจสอบส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ ต่อไปอย่างใกล้ชิด รวมถึงล้อเครื่องบิน
ประเด็นหลักอื่นในการสอบสวนอุบัติเหตุยังได้แก่ เหตุใดเครื่องบินจึงเลือกที่จะบินวนกลับหลังชนนก เหตุใดจึงเลือกลงจอดที่รันเวย์ด้านตรงข้ามโดยไม่เพิ่มระดับความสูงเพียงพอ และเหตุใดจึงลงจอดโดยไม่กางล้อ
ชิ้นส่วนของปริศนาในการพิจารณาปัญหานี้แน่นอนว่าจะมาจากหล่องดำบันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) และกล่องดำบันทึกข้อมูลการบิน (FDR)
ปัจจุบัน กล่องดำบันทึกเสียงในห้องนักบินได้รับการวิเคราะห์ในรูปแบบการถอดเสียงแล้ว ส่วนกล่องดำบันทึกข้อมูลการบิน ซึ่งได้รับความเสียหาย กำลังถูกส่งไปยังสหรัฐฯ เพื่อกู้ข้อมูล
อดีตเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยการรถไฟเกาหลีอธิบายว่า “แม้ว่าจะมีข้อมูลที่มีความหมายบางส่วนออกมา เราก็ไม่สามารถระบุสาเหตุของอุบัติเหตุได้ด้วยข้อมูลนั้นเพียงอย่างเดียว จนกว่าจะต่อปริศนาทั้งหมดเข้าด้วยกันและวาดภาพรวมทั้งหมด เราไม่สามารถบอกอะไรได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ”
เรียบเรียงจาก Yonhap