วันที่ 23 เม.ย. โครงการปกป้องปะการัง International Coral Reef Initiative (ICRI) เปิดเผยว่า ขณะนี้ แนวปะการังมากกว่า 4 ใน 5 ของโลกได้รับผลกระทบจากการฟอกขาวครั้งใหญ่ (Mass Bleaching) ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงเป็นประวัติการณ์
รายงานนี้เกิดขึ้น 1 ปีหลังมีการประกาศเหตุการณ์ฟอกขาวครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 ของโลกอย่างเป็นทางการ โดยที่ผลกระทบแทบไม่ได้ทุเลาลงเลย
ตามรายงานของ ICRI และข้อมูลจากสำนักงานบริหารบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) ซึ่งติดตามสุขภาพของแนวปะการัง พบว่า แนวปะการัง 84% ทั่วโลก ตั้งแต่มหาสมุทรอินเดียไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก ต้องเผชิญกับภาวะเครียดจากความร้อนอย่างรุนแรง
การฟอกขาวครั้งใหญ่เกิดจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่ผิดปกติ ทำให้ปะการังขับไล่สาหร่ายหลากสีที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อออกไป ซึ่งหากสาหร่ายไม่ได้ช่วยส่งสารอาหารไปให้ปะการัง ปะการังก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นปีแรกที่อุณหภูมิสูงขึ้นกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และคลื่นความร้อนในทะเลทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า
เมลานี แม็กฟิลด์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ทำงานในทะเลแคริบเบียน กล่าวว่า “ความรุนแรงและขอบเขตของภาวะเครียดจากความร้อนนั้นน่าตกใจมาก แนวปะการังบางแห่งที่รอดพ้นจากภาวะเครียดจากความร้อนครั้งใหญ่และเราคิดว่ายังฟื้นตัวได้บ้าง กลับต้องตายไปบางส่วนในปี 2024”
เธอเสริมว่า “ภาวะปะการังฟอกขาวเป็นเรื่องน่าขนลุกเสมอ ราวกับว่ามีหิมะปกคลุมแนวปะการังอย่างเงียบ ๆ”
สำหรับเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้ ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1998, 2010 และ 2014-17 พบว่า มีแนวปะการังได้รับผลกระทบ 21%, 37% และ 68% ตามลำดับ
สาเหตุสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งที่เกิดจากมนุษย์และปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้นผิดปกติตามแนวเส้นศูนย์สูตรและในมหาสมุทรแปซิฟิก
โดยปี 2024 อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรที่อยู่ห่างจากขั้วโลกอยู่ที่ 20.87 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด
ขณะที่ในเดือน ธ.ค. 2024 ปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำให้อุณหภูมิของมหาสมุทรเย็นลง ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์มีความหวังว่าปะการังอาจฟื้นตัวได้ แต่ปรากฏการณ์นี้กลับกินเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
ขณะนี้หลายหน่วยงานกำลังมีความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการัง อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนขึ้น เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
มาร์ก อีคิน เลขาธิการบริหารของ ICRI และอดีตหัวหน้าฝ่ายติดตามปะการังของ NOAA กล่าวว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแนวปะการังคือการแก้ไขที่ต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหมายถึงการลดการปล่อยมลพิษจากมนุษย์ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ... ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้ดูเหมือนเป็นแค่ยาแก้ปวดชั่วคราวมากกว่าจะเป็นทางแก้ไข”
เรียบเรียงจาก Associated Press / Reuters