เมื่อวันที่ 24 เม.ย. วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า ยูเครนอาจต้องยอมสละดินแดน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ยอมรับการประนีประนอมดินแดน
“สถานการณ์หนึ่งคือ… การยอมสละดินแดน มันไม่ยุติธรรม แต่เพื่อสันติภาพ อาจจะแค่สันติภาพชั่วคราว มันอาจเป็นทางออกชั่วคราวก็ได้” เขากล่าว
แต่คลิตช์โกย้ำว่า ประชาชนยูเครนจะ “ไม่มีวันยอมรับการยึดครอง” โดยรัสเซีย
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 และปัจจุบันควบคุมพื้นที่ของยูเครนอยู่ประมาณ 20%
คลิทช์โกยังระบุว่า ตัวเองเขาเป็นผู้รับผิดชอบเมืองหลวงของยูเครน และอธิบายว่าเมืองหลวงแห่งนี้เป็น “หัวใจ” ของประเทศที่กำลังประสบกับสงคราม
เขากล่าวว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี อาจถูกบีบบังคับให้ต้องใช้ “ทางออกที่เจ็บปวด” เพื่อสร้างสันติภาพ
เขาเป็นนักการเมืองระดับสูงคนแรกของยูเครนที่พูดออกสื่อว่าประเทศของเขาอาจต้องยอมสละดินแดน
เมื่อถามว่าเซเลนสกีได้หารือกับเขาเกี่ยวกับรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับข้อตกลงที่เป็นไปได้หรือไม่ คลิตช์โกตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่” และบอกว่า “นี่เป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีต้องทำ มันไม่ใช่หน้าที่ของผม”
ความจริงแล้วคลิตช์โกและเซเลนสกีเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองกัน โดยนายกเทศมนตรีเคยกล่าวหาประธานาธิบดีเซเลนสกีและทีมงานของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพยายามบ่อนทำลายอำนาจของเขา และยังเคยวิจารณ์การทะเลาะวิวาทอย่างเปิดเผยระหว่างเซเลนสกีและทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
เรียบเรียงจาก BBC