กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในรัฐแคลิฟอร์เนียปะทะกับผู้ชุมนุมในนครลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ไม่กี่ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึง โดยมีเป้าหมายเพื่อสลายการประท้วงต่อต้านการบุกจับผู้อพยพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบังคับใช้กฎหมายของทรัมป์
ทหารประมาณสิบกว่านาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้ผลักดันกลุ่มผู้ประท้วงที่รวมตัวกันอยู่หน้าสำนักงานของรัฐบาลกลางใจกลางเมืองลอสแอนเจลิส การปะทะยังคงดำเนินต่อไปบนถนนหน้าสถานที่ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ผู้ชุมนุมได้ตะโกนว่า “ICE ออกไปจากแอลเอ” ใส่กลุ่มทหาร ซึ่ง ICE หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการบุกจับผู้อพยพในลอสแอนเจลิสตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. และเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงต่อเนื่องมาถึงวันที่ 8 มิ.ย.
เมื่อคืนวันที่ 7 มิ.ย. ทรัมป์ได้สั่งการให้ส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิจำนวน 2,000 นาย ไปยังลอสแอนเจลิส ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้อำนาจเช่นนี้ นับตั้งแต่เหตุจลาจลในลอสแอนเจลิสปี 1992
ล่าสุด ทรัมป์ได้กล่าวชี้แจงการตัดสินใจส่งกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติว่าเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเคารพกฎหมาย พร้อมกับขู่ตอบโต้ผู้ชุมนุมที่ถ่มน้ำลายใส่ตำรวจหรือทหาร
“เกณฑ์ตัดสินคือสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นอันตรายต่อประเทศและประชาชนของเรา ถ้าเห็นว่ามีภัยคุกคาม เราจะใช้กฎหมายและระเบียบอย่างเข้มข้นที่สุด นี่คือเรื่องของกฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อย” ทรัมป์กล่าว
เขาเสริมว่า “เราจะติดตามอย่างใกล้ชิด และเมื่อพวกเขาถ่มน้ำลายใส่คนอื่น นั่นคือวิธีใหม่ของพวกเขา พวกเขาถ่มน้ำลาย และมีอย่างอื่นที่แย่กว่านั้น คุณก็รู้ว่าพวกเขาโยนอะไรใส่เจ้าหน้าที่ใช่ไหม เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนั้น ผมมีคติสั้นๆ ว่า ‘พวกเขาถ่มน้ำลาย เราตอบโต้’ และผมก็บอกพวกเขาไปว่า จะไม่มีใครมาถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารของเราเด็ดขาด”
ด้าน กาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมรักษาความสงบ โดยกล่าวว่า “อย่าให้โดนัลด์ ทรัมป์ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ”