พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงภาพรวมสถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ค. 68)
โฆษกกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า กองกำลังกัมพูชาและไทยยังคงสู้รบและยิงปืนใหญ่ใส่กันตามแนวหน้า โดยกองทัพกัมพูชายังไม่หยุดหรือถอยทัพแต่อย่างใด แม้ว่าสมรภูมิบางแห่งจะสงบลงบ้างแล้ว แต่การยิงปืนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พลโทหญิง มาลี เผยว่า กองทัพกัมพูชายังคงควบคุมสมรภูมิทั้งหมดได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงยึดครองพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และพื้นที่ช่องบก หลังจากขับไล่ผู้รุกรานออกจากพื้นที่ดังกล่าว
กองกำลังในแนวหน้ายืนยันว่า สมรภูมิทั้งในจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดพระวิหาร ทั้งไทยและกัมพูชายังคงใช้ปืนใหญ่หนักยิงใส่กัน ซึ่งกองกำลังผู้กล้าหาญของเราในทุกสมรภูมิยังคงสามารถควบคุมทุกตำแหน่งของตนได้อย่างมั่นคงและยิงใส่ข้าศึกผู้รุกรานอย่างไม่หวั่นเกรง
พลโทหญิง มาลี ระบุว่า เมื่อกองทัพไทยได้เปิดฉากโจมตีกัมพูชาจำนวน 8 จุด โดยใช้อาวุธหนักและเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งทั้ง 8 จุด ประกอบด้วย
- ปราสาทตาเมือนธม
- ปราสาทตาควาย
- เขาตราด
- เวียล อินตรี
- Tathav
- พนมคาก
- An Ses O Phka Sweten
- ช่องบก
พลโทหญิง มาลี ทิ้งท้ายว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ ปราสาทตาเมือนธม ในจังหวัดอุดรมีชัย และลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ ตามแนวชายแดน การสู้รบเกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายไทยเปิดฉากยิงใส่ปราสาทตาเมือนธมก่อน
ที่มา: Khmer Times