อี ซอง-ควอน สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนหลังรับฟังข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของประเทศ โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ส่งทหารช่าง 5,000 นายไปยังรัสเซียเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนภารกิจบูรณะซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย โดยยังพบสัญญาณการฝึกอบรม และการคัดเลือกบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมส่งกำลังพลไปเพิ่มเติม
ปัจจุบันมีทหารเกาหลีเหนือประมาณ 10,000 นาย ประจำการตามแนวหน้าการสู้รบใกล้กับพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีทหารกองทัพเปียงยางอย่างน้อย 600 นาย เสียชีวิตในการทำสงครามยูเครน และได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน
นักวิเคราะห์ระบุว่า เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน เทคโนโลยีทางการทหาร อาหารและอุปทานพลังงานจากรัสเซียแลกกับการส่งทหารเกาหลีเหนือ ช่วยให้รัฐบาลเปียงยางรอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดของนานาชาติต่อโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธได้
นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดระหว่าง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในปี 2019 ล่มลง จากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับข้อจำกัดเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เกาหลีเหนือก็ประกาศสถานะเป็น “รัฐนิวเคลียร์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้เปียงยางจะไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของทรัมป์ในการพบหารือกับคิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลโซลเชื่อว่ามีสัญญาณบ่งชี้หลายประการว่าเกาหลีเหนือได้เตรียมความพร้อมเบื้องหลังสำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นได้
ก่อนหน้านี้ คิมปรากฎตัวเคียงข้างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในพิธีสวนสนามทางทหารเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนกันยายน ถูกมองว่า เป็นการแสดงถึงสถานะใหม่อันสูงส่งของผู้นำเกาหลีเหนือในเวทีการเมืองโลก
คณะติดตามการคว่ำบาตรพหุภาคี (Multilateral Sanctions Monitoring Team : MSMT) องค์กรตรวจสอบมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ระบุในรายงานที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้วว่า เกาหลีเหนือกำลังวางแผนที่จะส่งแรงงาน 40,000 คนไปยังรัสเซีย รวมถึง แรงงานด้านไอทีหลายชุด
อย่างไรก็ตาม ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ แรงงานเกาหลีเหนือถูกห้ามไม่ให้หารายได้ในต่างประเทศ