Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

“ปรินซ์กรุ๊ป” กลายเป็นเหยื่อ? จีนอ้างสหรัฐฯ ขโมยบิตคอยน์ “เฉิน จื้อ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปรินซ์กรุ๊ปแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสแกมเมอร์ ขณะที่จีนอ้างว่า สหรัฐฯ ขโมยบิตคอยน์ “เฉิน จื้อ“ แล้วอ้างปัญหาสแกมเมอร์เพื่อสร้างความชอบธรรม

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 68 บริษัท “ปรินซ์กรุ๊ป” (Prince Holding Group) ของ “เฉิน จื้อ” ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่กล่าวหาว่ากลุ่มบริษัทหรือประธานบริษัท เฉิน จื้อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ปรินซ์กรุ๊ประบุว่า “เราปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อความคิดที่ว่ากลุ่มบริษัทหรือประธานบริษัท เฉิน จื้อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายใด ๆ ข้อกล่าวหานี้ไม่มีมูลความจริงและดูเหมือนจะมุ่งหมายที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนการยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์โดยมิชอบ”

“ปรินซ์กรุ๊ป” แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ด้านจีนอ้างสหรัฐฯ ขโมยบิตคอยน์ “เฉิน จื้อ” Prince Group
แถลงการณ์ของบริษัท Prince Group

บริษัทบอกว่า “ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเหล่านี้ ประกอบกับรายงานข่าวที่กล่าวซ้ำ ๆ เช่นนี้และข้อกล่าวหาอื่น ๆ ที่ไม่มีการตรวจสอบ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไม่สมควรแก่พนักงาน พันธมิตร และชุมชนผู้บริสุทธิ์หลายพันคนที่ปรินซ์กรุ๊ปให้บริการ”

ปรินซ์กรุ๊ปกล่าวว่า “บริษัทยังคงมุ่งมั่นในความซื่อสัตย์ การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนทั่วภูมิภาค เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ปรินซ์กรุ๊ปดำเนินงานอย่างโปร่งใสและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการนำเสนอหลักฐานทั้งหมด เราได้ว่าจ้างทีมทนายความชั้นนำ นำโดยทนายความจาก Boies Schiller Flexner LLP และเรามั่นใจว่าเมื่อข้อเท็จจริงถูกเปิดเผยปรินซ์กรุ๊ปและประธานบริษัทจะพ้นผิดอย่างสมบูรณ์”

แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากรายงานที่เผยแพร่โดย Global Times ของจีนเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2568 โดยอ้างอิงศูนย์รับมือเหตุฉุกเฉินด้านไวรัสคอมพิวเตอร์แห่งชาติจีน (CVERC) ซึ่งได้ออกบทวิเคราะห์ทางเทคนิคของคดีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยึดบิตคอยน์จำนวนมหาศาล และตั้งข้อหา เฉิน จื้อ ในข้อหาวางแผนการหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่

Global Times รายงานว่า รายงานของ CVERC ได้วิเคราะห์ไทม์ไลน์การโจรกรรมบิตคอยน์อย่างละเอียด วิเคราะห์แต่ละขั้นตอนของการโจมตี และประเมินกลไกความปลอดภัยของบิตคอยน์

รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2563 ได้เกิดเหตุการณ์แฮกครั้งใหญ่ที่เหมืองขุด LuBian ส่งผลให้มีการขโมยบิตคอยน์ไปประมาณ 127,272 เหรียญ ในขณะนั้นมีมูลค่าประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีมูลค่าเกือบ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.87 แสนล้านบาท โดยตรวจสอบพบว่า บิตคอยน์ดังกล่าวเป็นของ เฉิน จื้อ

หลังจากเหตุการณ์แฮก ทางด้าน เฉิน จื้อ และปรินซ์กรุ๊ปได้โพสต์ข้อความบนบล็อกเชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงต้นปี 2564 และ ก.ค. 2565 เพื่อร้องขอให้คืนบิตคอยน์ที่ถูกขโมยไปและเสนอจ่ายค่าไถ่

สิ่งที่น่าแปลกคือ เงินทั้งหมดถูกเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ที่แฮกเกอร์ควบคุมไว้เป็นเวลาเกือบ 4 ปี

หน่วยงานจีนบอกว่า สิ่งนี้แตกต่างจากรูปแบบทั่วไปของการแฮกเพื่อเรียกค่าไถ่หรือขโมยทรัพย์สินปกติ แต่กลับคล้ายกับปฏิบัติการที่แม่นยำซึ่งดำเนินการโดย “องค์กรแฮกเกอร์ระดับรัฐ”

จนกระทั่งเดือน มิ.ย. 2567 บิตคอยน์ถูกเปิดใช้งานอีกครั้งและโอนไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินสุดท้าย ซึ่งถูกระบุโดย ARKHAM เครื่องมือติดตามบล็อกเชนชื่อดังของสหรัฐฯ ว่า เป็นของรัฐบาลสหรัฐฯ

ต่อมาในวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องอาญาต่อ เฉิน จื้อ และอ้างว่าได้ยึดบิตคอยน์ 127,000 เหรียญที่เชื่อมโยงกับเขาและกลุ่มปรินซ์กรุ๊ป

หลักฐานบ่งชี้ว่า บิตคอยน์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดไปนั้น ตรงกับบิตคอยน์ที่แฮกเกอร์ขโมยจากเหมืองขุด LuBian ตั้งแต่ปี 2563

กล่าวอีกนัยหนึ่ง สื่อจีนบอกว่า รัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะขโมยบิตคอยน์ 127,000 เหรียญของ เฉิน จื้อ ตั้งแต่ปี 2563 โดยใช้เทคนิคการแฮก

รายงานของ CVERC ระบุว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นดังกล่าวขัดแย้งกับข้ออ้างของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในคำฟ้องที่ว่าบิตคอยน์ทั้งหมดมาจากการหารายได้ที่ผิดกฎหมายของ เฉิน จื้อ และปรินซ์กรุ๊ป

 

เรียบเรียงจาก Khmer Times

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ