สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ หลายคน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความกังวลว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ รัฐมนตรีกลาโหม และอีกหลายคน อาจตกเป็นเป้าดำเนินคดี
โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังกดดันให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) แก้ไขกฎหมายหลักสถาปนา หรือธรรมนูญการจัดตั้ง เพื่อสกัดกั้นความพยายามใด ๆ ก็ตามในอนาคตที่จะนำไปสู่การฟ้องร้อง ประธานาธิบดีทรัมป์และเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน
แต่หากคณะตุลาการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนี้ สหรัฐฯ อาจขึ้นบัญชีศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งรอยเตอร์วิเคราะห์ว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำงานของศาลดังกล่าว
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ยังวิเคราะห์ว่า ในอนาคต ศาลอาญาระหว่างประเทศอาจเปิดการสืบสวนปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน และมหาสมุทรแปซิฟิกรอบ ๆ ทวีปอเมริกาใต้ หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเรือต้องสงสัยขนยาเสพติดตั้งแต่เดือน ก.ย. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 80 คน
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังกดดันให้ศาลอาญาระหว่างประเทศยุติการสืบสวนเจ้าหน้าที่อิสราเอล และยกเลิกการสืบสวนพฤติกรรมของทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้สั่งคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจผู้พิพากษา และอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ รวมทั้งงดออกวีซ่าเข้าประเทศให้บุคคลเหล่านี้ด้วย
ขณะที่ในปีที่แล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา
โดยศาลอาญาระหว่างประเทศได้ประกาศรับรองปาเลสไตน์เป็นสมาชิก จึงมีอำนาจในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในฉนวนกาซา
ศาลอาญาระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 มีที่ทำการอยู่ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีเขตอำนาจดำเนินคดีผู้กระทำความผิดอาญาระหว่างประเทศ 4 ฐาน คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมอันเป็นการรุกราน ปัจจุบันมีภาคีสมาชิก 125 รัฐ แต่หลายประเทศมหาอำนาจโลกปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกทั้งรัสเซีย จีน อินเดีย สหรัฐฯ และอิสราเอล