เมื่อวันที่ 20 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศการออกใบอนุญาตระยะสั้นที่จำกัดขอบเขต เพื่ออนุญาตให้ขายน้ำมันอิหร่านที่ติดค้างอยู่ในทะเลได้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และผลลัพธ์ที่ได้นั้นยังไม่แน่นอน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมันน่าจะมีจำกัด และอาจเพิ่มเงินทุนให้กับรัฐบาลอิหร่านที่สหรัฐฯ กำลังโจมตีอยู่
ทั่วโลก ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งและการผลิต
เบสเซนต์กล่าวว่า ใบอนุญาตนี้ใช้ได้กับการขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีต้นกำเนิดจากอิหร่านซึ่งบรรทุกอยู่บนเรือในขณะนี้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสริมว่า ใบอนุญาตนี้จะมีผลจนถึงวันที่ 19 เม.ย.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว
แต่เบสเซนต์ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของการยกเว้น หรือว่าจะมีแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เงินจากการขายน้ำมันไหลกลับไปยังรัฐบาลอิหร่านหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การยกเว้นดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากนัก
ราเชล ซีมบา นักวิจัยอาวุโสประจำศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัย กล่าวว่า “ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และมันทำให้เกิดคำถามมากมาย”
ซีมบาเสริมว่า เธอไม่คิดว่าสหรัฐฯ จะต้องการให้เงินจากการขายน้ำมันไปถึงรัฐบาลอิหร่าน แต่ในทางปฏิบัติอาจยากที่จะป้องกันได้ “รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ทุกบาร์เรลมีความสำคัญอย่างแน่นอน เนื่องจากขนาดของวิกฤตอุปทาน พวกเขากำลังมองหาน้ำมันเพิ่มเติมจากทุกที่ที่ทำได้”
สหรัฐฯ ได้ดำเนินการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอุปทาน รวมถึงการปล่อยน้ำมันสำรองหลายล้านบาร์เรล และการระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เรียบเรียงจาก BBC