สื่อวอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ รายงานว่า กองทัพอเมริกันยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ขีปนาวุธร่อนนำวิถีพิสัยไกลความเร็วต่ำกว่าเสียงไปแล้วกว่า 850 ลูก ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ของการทำสงครามกับอิหร่าน
วอชิงตันโพสต์รายงานด้วยว่า การใช้ขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงในอัตราที่รวดเร็วลักษณะนี้กำลังสร้างความเป็นกังวลให้กับเจ้าหน้าที่บางส่วนในกระทรวงกลาโหม และนำไปสู่การหารือภายในเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มจำนวนอาวุธดังกล่าว ให้มีความพร้อมต่อความต้องการการใช้งานเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้ในทันที
ขณะที่ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกของทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า กองทัพสหรัฐฯ ยังคงมียุทโธปกรณ์ เครื่องกระสุนและอาวุธชนิดต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพออย่างมากสำหรับการบรรลุเป้าหมายของปฏิบัติการ “Epic Fury” ที่กำหนดโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และภารกิจอื่น ๆ นอกจากนั้น
แถลงการณ์ของโฆษกทำเนียบขาวยังระบุด้วยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพสหรัฐฯ และจะยังคงเรียกร้องให้บริษัทผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศเร่งสร้างอาวุธที่ผลิตในอเมริกา ซึ่งเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในโลกด้วย
ขณะที่ ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกเพนตากอน ระบุว่า กองทัพและกระทรวงสงครามมีทุกอย่างที่จำเป็นแล้วในการดำเนินภารกิจใด ๆ ในเวลาและสถานที่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์เลือก และตามกรอบเวลาที่กำหนด
ขีปนาวุธโทมาฮอว์กถูกใช้งานในสนามรบครั้งแรกในช่วงปฏิบัติการพายุทะเลทราย (Operation Desert Storm) ปี 1991 และยังคงเป็นหนึ่งในอาวุธโจมตีระยะไกลหลักของสหรัฐฯ จนถึงปัจจุบัน
ขีปนาวุธชนิดนี้ผลิตโดยบริษัทเรย์เธียน (Raytheon) และมีราคาประมาณ 2 ล้านดอลลาร์หรือราว 65 ล้านบาทต่อลูก
ทั้งนี้ ขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กได้รับการออกแบบให้สามารถบินในระดับต่ำเพื่อลดโอกาสถูกตรวจจับ และสามารถหลบหลีกเพื่อหลีกเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ โดยโทมาฮอว์กรุ่นใหม่ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป้าหมายระหว่างการบินหรือแม้แต่บินวนเหนือเป้าหมายก่อนโจมตีได้