โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือนักบินที่สูญหายจากกรณีเครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ซึ่งถูกยิงตกในพื้นที่ห่างไกลของอิหร่านได้สำเร็จ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น
ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า "WE GOT HIM!" (เราได้ตัวเขามาแล้ว!) พร้อมยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยนักบินรายดังกล่าวเป็นนายทหารระดับพันเอก ได้รับบาดเจ็บ แต่ปัจจุบันปลอดภัยแล้ว
ก่อนหน้านี้ มีนักบินของ F-15E Strike Eagle ได้รับการช่วยเหลือไปแล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่นักบินอีกรายซึ่งทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธยังคงสูญหาย
โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ส่งอากาศยานจำนวนมากพร้อมอาวุธครบมือเข้าปฏิบัติการกู้ภัยตามคำสั่งของผู้นำประเทศ
ด้าน กองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC อ้างว่าเป็นผู้ยิงเครื่องบินรบลำดังกล่าวตกในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน โดยภาพซากเครื่องบินที่เผยแพร่ในสื่ออิหร่านสอดคล้องกับลักษณะของเครื่อง F-15 ตามการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ
ระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ที่รับนักบินถูกยิงจากภาคพื้นดิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ แต่สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน เครื่องบินโจมตี A-10 Thunderbolt II ที่เข้าร่วมภารกิจถูกยิงได้รับความเสียหาย และนักบินต้องดีดตัวเหนืออ่าวเปอร์เซียก่อนจะได้รับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา
รายงานระบุว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ที่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในการรบจริง
อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีเครื่องบินรบสหรัฐฯ ถูกยิงตกอย่างน้อย 4 ลำ โดย 3 ลำเกิดจากเหตุยิงพลาดกันเองของระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวต
ทั้งนี้ ทรัมป์ ยังได้เตือนอิหร่านเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยให้เวลา 48 ชั่วโมงในการเปิดเส้นทางเดินเรือ มิฉะนั้นจะเผชิญกับการตอบโต้รุนแรง ขณะที่วิกฤติดังกล่าวส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง เนื่องจากช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
ที่มา: CBS