กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศจากการโจมตีของอิสราเอลระหว่างความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค. ได้ทะลุ 3,000 คนแล้ว
โดย ณ วันที่ 18 พ.ค. กระทรวงฯ ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่ 3,020 คน ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม
เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงจรวดใส่อิสราเอลหลังจากที่อิสราเอลสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเลบานอนและอิสราเอลจะตกลงกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า จะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 45 วัน โดยทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงต้นเดือน มิ.ย.
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มากกว่า 400 คนเสียชีวิตหลังข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทั้งสองฝ่าย
แต่นับตั้งแต่มีการประกาศขยายเวลาหยุดยิงล่าสุด การโจมตีของอิสราเอลต่อเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วเลบานอนตอนใต้และหุบเขาเบกาได้ดำเนินต่อไป ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. มีการโจมตีครั้งใหญ่ในหมู่บ้านกว่า 20 แห่ง โดยมีเพียง 9 แห่งเท่านั้นที่มีการแจ้งเตือนให้อพยพก่อนการโจมตี
ต่อมาในวันเดียวกันนั้น ฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่านักรบของพวกเขาได้โจมตีค่ายทหารยาอาราทางตอนเหนือของอิสราเอลด้วยฝูงโดรน
กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า ทหารเสียชีวิต 1 นายระหว่างการสู้รบ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 20 นาย นอกจากนี้พลเรือนเสียชีวิตอีก 4 ราย
กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่แคบ ๆ ยาวประมาณ 10 กิโลเมตรจากชายแดนเลบานอน ซึ่งยึดครองได้ระหว่างความขัดแย้ง
เรียบเรียงจาก BBC