นักวิทยาศาสตร์จีนค้นพบฟอสซิลนกสายพันธุ์ใหม่ชื่อ Zhengheornis Buyu ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็น นกหางยาวที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ พร้อมเปิดเผยหลักฐานสำคัญที่ช่วยไขปริศนาวิวัฒนาการของนกจากบรรพบุรุษที่เป็นไดโนเสาร์
งานวิจัยดังกล่าวนำโดย หวัง หมิน จากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและมานุษยวิทยาแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยามณฑลฝูเจี้ยน ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Science Advances เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ไขปริศนาวิวัฒนาการหางของนก
การเปลี่ยนผ่านจากไดโนเสาร์ไปสู่นก ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางวิวัฒนาการครั้งสำคัญที่สุด โดยนอกจากการเกิดปีกแล้ว อีกลักษณะเด่นคือ การที่หางสั้นลง
นกในปัจจุบันมีหางที่ประกอบด้วยกระดูกสันหลังส่วนหางเพียง 4-9 ปล้อง และมีกระดูก Pygostyle ซึ่งเกิดจากกระดูกหางหลายปล้องเชื่อมรวมกัน ช่วยให้ลำตัวมีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์มากขึ้นและเหมาะกับการบิน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า การลดความยาวของหางและการเกิดกระดูก Pygostyle น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกัน และอาจไม่มีสิ่งมีชีวิตช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีหางสั้น แต่ยังไม่มีกระดูกหางเชื่อม
อย่างไรก็ตาม การค้นพบ Zhengheornis buyu ได้หักล้างแนวคิดดังกล่าว
หางสั้นลง แต่กระดูกยังไม่เชื่อม
นกโบราณชนิดนี้มีชีวิตอยู่ในยุคจูราสสิก และจัดเป็นหนึ่งในนกยุคแรกเริ่มที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จัก แม้จะยังเป็นนกหางยาว แต่กลับมีกระดูกสันหลังส่วนหางเพียง 15 ปล้อง ซึ่งน้อยกว่านกหางยาวชนิดอื่นที่มักมีมากกว่า 23 ปล้อง ที่สำคัญ กระดูกหางของมัน ยังไม่เชื่อมรวมเป็น Pygostyle
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับนกดึกดำบรรพ์ชนิดอื่น นักวิจัยพบว่า Zhengheornis buyu มีสัดส่วนความยาวหางสั้นที่สุดในบรรดานกหางยาวทั้งหมดที่เคยค้นพบ
ผลการศึกษาจึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบันว่า การลดจำนวนกระดูกหาง และการลดความยาวของหาง เกิดขึ้น ก่อน ที่วิวัฒนาการจะสร้างกระดูกหางเชื่อม หรือ Pygostyle
นกหางยาวที่เล็กที่สุดในโลก
นอกจากความสำคัญด้านวิวัฒนาการแล้ว Zhengheornis buyu ยังเป็นนกหางยาวที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก นักวิจัยประเมินว่ามันมีน้ำหนักเพียง 74-163 กรัม ความยาวลำตัวประมาณ 20 เซนติเมตร กระดูกต้นขาของมันมีความยาวเพียง 63% ของ M. Zhaoianus ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีขนาดเล็กกว่าตัวอย่างฟอสซิล Archaeopteryx ที่เพิ่งมีการรายงานเมื่อไม่นานมานี้ราว 10%
นักวิจัยเชื่อว่า ขนาดตัวที่เล็กผิดปกติของ Zhengheornis buyu แสดงให้เห็นว่า ไดโนเสาร์สายวิวัฒนาการที่นำไปสู่นกบางกลุ่มอาจมีการลดขนาดร่างกายอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน่าจะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับระบบนิเวศใหม่ เช่น การอาศัยอยู่บนต้นไม้ การพัฒนาความสามารถในการบินด้วยกำลังของตัวเอง
การค้นพบครั้งนี้จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างสำคัญของวิวัฒนาการจากไดโนเสาร์ไปสู่นก และอาจนำไปสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับกระบวนการวิวัฒนาการของสัตว์มีกระดูกสันหลังในอนาคต
ที่มา: Science Advances