กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า จะกลับมาปิดกั้นเรือที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย โดยการกลับมาดำเนินมาตรการปิดล้อมในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากการบังคับใช้ในรอบแรก ระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
CENTCOM เสริมว่า ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนดังกล่าว กองกำลังของ CENTCOM ได้สั่งให้เรือที่ยอมปฏิบัติตามเปลี่ยนเส้นทางไปแล้วกว่า 140 ลำ
จัดการระงับการเดินเรือของเรือที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง 9 ลำ และอนุญาตให้เรือพาณิชย์ที่ขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านเขตปิดล้อมไปได้มากกว่า 50 ลำ
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่านทรูธโซเชียลว่า สหรัฐฯ จะนำมาตรการปิดล้อมทางทะเลกลับมาใช้กับอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และจะเรียกเก็บค่าผ่านทางในอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์ของสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่านเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับช่องฟ็อกซ์นิวส์ด้วยว่า สหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และควรได้รับค่าตอบแทนจากการเข้าไปดูแลเส้นทางน้ำสายสำคัญระดับโลกแห่งนี้
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ย้ำว่า รัฐบาลเตหะรานคือผู้พิทักษ์ช่องแคบแห่งนี้และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป พร้อมทั้งตอบโต้ความเห็นของทรัมป์ว่า การเรียกเก็บ 20 เปอร์เซ็นต์นั้นมากเกินไป เพราะพวกเขาจะเก็บค่าผ่านทางอย่างเป็นธรรม
ขณะที่ อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน แถลงว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซเด็ดขาด